ใน ๓ อย่างนั้น ปัจจัยสี่ที่ตนแลรับแล้วซึ่งยกขึ้นในมณฑลแห่งการอุปสมบทอย่างนี้ว่า อาศัยโภชนะคือคำข้าวที่หามาได้ด้วยปลีแข้งชื่อว่าของตน. กุลบุตรไม่แสดงอาการผิดแปลกในเวลารับและเวลาบริโภค เป็นอยู่ด้วยปัจจัยสี่นั้น ดีก็ตามไม่ดีก็ตาม ที่เขาให้โดยเคารพหรือไม่เคารพก็ตาม เรียกว่าผู้พอใจด้วยของของตน.

สิ่งใดอันตนได้แล้ว เป็นของมีอยู่ของตน สิ่งนั้นชื่อว่าของมีอยู่ กุลบุตรยินดีด้วยของมีอยู่นั้นนั่นแล คือไม่ปรารถนาสิ่งอื่นจากของมีอยู่นั้น สละความเป็นผู้ปรารถนาที่เกินเสีย เรียกว่าพอใจด้วยของมีอยู่.

การละอนุสัยและปฏิฆะในอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ ชื่อว่าชอบ กุลบุตรพอใจในอารมณ์ทั้งปวงโดยชอบนั้น เรียกว่าพอใจโดยชอบ.

ชื่อว่าผู้เลี้ยงง่าย เพราะอรรถวิเคราะห์ว่าผู้อันเขาเลี้ยงโดยง่าย. อธิบายว่า ผู้เลี้ยงดูโดยง่าย. จริงอยู่ ภิกษุใดแสดงความเป็นผู้หน้าเสียและความเป็นผู้ไม่พอใจในบิณฑบาต แม้ที่เขาบรรจุข้าวสาลีเนื้อและข้าวสุกเป็นต้นเต็มบาตรถวาย หรือผลักบิณฑบาตนั้นต่อหน้าเขาทั้งหลายว่า พวกท่านให้อะไร ย่อมให้แก่สามเณรและคฤหัสถ์เป็นต้น ภิกษุนั่น ชื่อว่าเลี้ยงยาก. มนุษย์ทั้งหลายเห็นภิกษุนั่น ย่อมหลีกเว้นแต่ไกลทีเดียวว่า ภิกษุเลี้ยงยากไม่อาจจะบำรุงเลี้ยงได้.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๖๔๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. เมตตสูตร”