ครั้งทรงแสดงการเจริญเมตตาภาวนาอย่างนี้แล้ว

บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงความไม่มีกำหนดอิริยาบถแก่กุลบุตรผู้ตามประกอบภาวนานั้นอยู่ก่อน จึงตรัสว่า ติฏฺฐํ ฯเปฯ อธิฏฺเฐยฺย ดังนี้.

คาถานั้นมีเนื้อความว่า

ก็กุลบุตรเมื่อจะเจริญเมตตาอันมีในใจนั่นอย่างนี้แล้ว ไม่ทำการกำหนดอิริยาบถ ดุจในประโยคมีอาทิว่า ภิกษุนั้นนั่งขัดสมาธิ ตั้งกายให้ตรง ดำรงสติเฉพาะหน้าดังนี้ กระทำการบรรเทาเมื่อยขบอิริยาบถอื่นๆ ตามสบาย ยืนอยู่ก็ดี เดินอยู่ก็ดี นั่งอยู่ก็ดี นอนอยู่ก็ดี พึงเป็นผู้ปราศจากความง่วงเหงาเพียงใด ก็พึงตั้งสติในเมตตาฌานนี้ไว้เพียงนั้น.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๖๖๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. เมตตสูตร”