แปลว่า บัณฑิตทั้งหลายกล่าววิหารธรรมนี้ว่า เป็นพรหมวิหารในธรรมวินัยของพระอริยเจ้านี้ และกุลบุตรออกจากเมตตาฌานวิหารนั้นแล้ว กำหนดรูปธรรม กำหนดอรูปธรรมตามทำนองที่กำหนดเป็นต้น ซึ่งธรรมมีวิตกวิจารเป็นต้นในเมตตาฌานวิหารนั้น และไม่เข้าไปอาศัยทิฏฐิในกองแห่งสังขารล้วนๆ ด้วยการกำหนดนามและรูปนี้อย่างนี้ว่า บุคคลไม่พึงได้สัตว์ในกองแห่งสังขารนี้ เป็นผู้มีศีลด้วยโลกุตรศีลโดยลำดับ ถึงพร้อมแล้วด้วยทัศนะ กล่าวคือสัมมาทิฏฐิในโสดาปัตติมรรคอันสัมปยุตด้วยโลกุตรศีล และต่อจากนั้น ความยินดีในวัตถุกามทั้งหลายนี้ใดอันเป็นกิเลสกามที่ยังละไม่ได้ ก็พึงนำออกซึ่งความยินดีในกามทั้งหลายแม้นั้นด้วยสกทาคมิมรรคและอนาคามิมรรค และด้วยการละไม่มีส่วนเหลือด้วยอานุภาพแห่งมรรคทั้งสองนั้น ครั้นนำออกแล้วคือสงบระงับแล้ว ย่อมไม่ถึงความเป็นสัตว์นอนในครรภ์อีกโดยแท้แล คือย่อมไม่ถึงความนอนในครรภ์อีกโดยส่วนเดียวนั่นเทียว คือเกิดในสุทธาวาสทั้งหลายแล้ว บรรลุพระอรหัต ปรินิพพานในสุทธาวาสนั้นแล.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงยังเทศนาให้จบอย่างนี้แล้ว จึงตรัสกะภิกษุเหล่านั้นว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงไป จงอยู่ในราวป่านั้น และถือเอาสูตรนี้แล้ว จงเคาะระฆังประชุมกันในวันเป็นที่ฟังธรรมทั้งแปดแห่งเดือน กระทำธรรมกถา สอบถาม อนุโมทนา เสพ เจริญ ทำให้มากซึ่งกรรมฐานนี้นั่นแล อมนุษย์แม้เหล่านั้นจักไม่แสดงอารมณ์อันน่ากลัวแก่เธอทั้งหลาย จักเป็นผู้ใคร่ประโยชน์ใคร่ความเกี้อกูล แน่แท้ ดังนี้.
ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า สาธุ ลุกจากอาสนะอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า กระทำประทักษิณ ไปในราวป่านั้นแล้ว กระทำอย่างที่ทรงสั่งสอนนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที