ส่วนกุลบุตรเล่าเรียน ๑ นิกาย ๒ นิกายหรือ ๕ นิกายตามกำลังของตน พึงตามประกอบศาสนาให้บริสุทธิ์ดีโดยปริยัติและโดยอรรถ นี้เรียกว่าปริยัติธุระ.

ลำดับนั้น กุลบุตรเหล่านั้นกล่าวว่า บรรดาธุระ ๒ อย่าง วาสธุระเท่านั้นประเสริฐ คิดว่า ก็พวกเรายังหนุ่มจักบำเพ็ญวาสธุระในเวลาตนแก่จักบำเพ็ญปริยัติธุระก่อน จึงปรารภปริยัติ. ท่านทั้งสองโดยปกติเทียวเป็นคนมีปัญญา ต่อกาลไม่นานนักก็มีความรู้อันกระทำแล้วในพุทธพจน์ทั้งสิ้น และเป็นผู้ฉลาดในการวินิจฉัยในวินัยอย่างยิ่ง ท่านทั้งสองนั้นเพราะอาศัยปริยัติจึงมีบริวารเกิดขึ้น เพราะอาศัยบริวารจึงมีลาภ แต่ละรูปมีภิกษุ ๕๐๐ เป็นบริวาร ท่านเหล่านั้นแสดงอยู่ซึ่งศาสนาของพระศาสดา เป็นเหมือนพุทธกาลอีก.

ในกาลนั้น ภิกษุ ๒ รูป คือ พระธรรมวาที ๑ พระอธรรมวาที ๑ อยู่ในวัดใกล้บ้าน พระอธรรมวาทีเป็นคนดุร้าย หยาบคาย ปากจัด อัชฌาจารของพระอธรรมวาทีนั้นปรากฏแก่พระธรรมวาทีนอกนี้ แต่พระธรรมวาทีเตือนพระอธรรมวาทีนั้นว่า ดูก่อนผู้มีอายุ กรรมนี้ของท่านไม่สมควรแก่ศาสนา. พระอธรรมวาทีจึงคัดค้านว่า ท่านเห็นอะไร ท่านฟังอะไร. พระธรรมวาทีอีกรูปจึงกล่าว พระวินัยธรทั้งหลายจักรู้. แต่นั้น พระอธรรมวาทีรู้ว่า ถ้าพระวินัยธรทั้งหลายจักวินิจฉัยเรื่องนี้ไซร้ ที่พึ่งของเราในศาสนาจักไม่มีแน่ ประสงค์จะทำเป็นฝักฝ่ายของตน จึงถือบริขารทั้งหลายก่อนเทียว เข้าหาพระเถระ ๒ รูปนั้น ถวายสมณบริขาร ปรารภเพื่ออยู่ด้วยนิสัยต่อพระเถระเหล่านั้น และได้ทำการบำรุงทั้งหมดแก่พระเถระเหล่านั้น ดุจประสงค์เพื่อบำเพ็ญข้อวัตรและปฏิบัติโดยเคารพ.

แต่นั้น ในวันหนึ่ง พระอธรรมวาทีไปสู่ที่บำรุง ไหว้แล้วแม้อันพระเถระเหล่านั้นปล่อยไปอยู่ก็ยังยืนอยู่นั่นเทียว พระเถระทั้งหลายจึงถามพระอธรรมวาทีนั้นว่า มีอะไรจะพึงพูดอีกหรือ? พระอธรรมวาทีนั้นเรียนว่า มีขอรับผม มีการทะเลาะกับภิกษุรูปหนึ่ง เพราะอาศัยอัชฌาจารของผม ถ้าภิกษุนั้นมาที่นี้จักบอกเรื่องนั้นไซร้ โปรดอย่าวินิจฉัยตามวินิจฉัย. พระเถระทั้งหลายกล่าวว่า การไม่วินิจฉัยเรื่องที่เกิดตามวินิจฉัยไม่ควร. พระอธรรมวาทีนั้นเรียนว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ เมื่อท่านทำการวินิจฉัยอย่างนั้น กระผมจะไม่มีที่พึ่งในศาสนา ความชั่วนั่นจงยกให้แก่กระผมเถิด ขอท่านทั้งหลายอย่าวินิจฉัยเรื่องนั้น. พระวินัยธรเหล่านั้นถูกพระอธรรมวาทีบีบคั้นอยู่จึงยอมรับ พระอธรรมวาทีนั้นรับปฏิญญาของพระวินัยธรเหล่านั้นแล้ว ไปสู่อาวาสนั้นอีกกล่าวว่า เรื่องทั้งหมดจบแล้ว ในสำนักของพระวินัยธรทั้งหลาย ดูหมิ่นพระธรรมวาทีนั้นให้หนักข้อยิ่งขึ้น จึงพูดคำหยาบคาย.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๖๘๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. เหมวตสูตร”