ลำดับนั้น สาตาคิรยักษ์กล่าวกะเหมวตยักษ์นั้นว่า แน่ะท่านผู้นิรทุกข์! ธรรมดาหิมวันต์สมมติกันว่ามีความอัศจรรย์ ท่านเห็นหรือฟังความอัศจรรย์ไรๆ พึงบอกแก่เราบ้าง.

ฝ่ายเหมวตยักษ์ก็กล่าวว่า แน่ะท่านผู้นิรทุกข์! ธรรมดามัชฌิมประเทศสมมติกันว่ามีความอัศจรรย์ ท่านเห็นหรือฟังความอัศจรรย์ไรๆ พึงบอกแก่เราด้วย.

เมื่อสหายทั้งสองนั้นทำกติกากะกันและกันแล้วไม่ละอุบัตินั้นนั่นเทียวอยู่อย่างนี้ พุทธันดรหนึ่งก็สิ้นไป มหาปฐวีก็หนาขึ้นประมาณ ๑ โยชน์ ๓ คาวุต.

ในกาลนั้น พระโพธิสัตว์ของพวกเรามีปณิธานอันตนกระทำแล้วแทบบาทมูลของพระพุทธเจ้า ทีปังกร. บำเพ็ญบารมีทั้งหลายจนถึงการเกิดเป็นพระเวสสันดรแล้ว อุบัติในชั้นดุสิต ดำรงอยู่ในชั้นดุสิตนั้นตลอดอายุ ผู้อันเทวดาทั้งหลายเชื้อเชิญ โดยนัยที่กล่าวแล้วในธรรมบทนิทานนั่นเทียว แลดูมหาวิโลกนะ ๕ อย่างบอกแก่เทวดาทั้งหลาย เมื่อบุรพนิมิต ๓๒ ประการเป็นไปอยู่ ได้ถือปฏิสนธิในโลกนี้ยังหมื่นโลกธาตุให้หวั่นไหว เจ้ายักษ์เหล่านี้ แม้เห็นมหาโลกนะเหล่านั้นก็ไม่รู้ว่าเกิดเพราะเหตุนี้. อาจารย์พวกหนึ่งกล่าวว่า ไม่เห็นเลย เพราะเจ้ายักษ์เหล่านั้นมัวเล่นอยู่ ในการประสูติ การออกอภิเนษกรมณ์และการตรัสรู้ ก็นัยนี้.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๖๘๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. เหมวตสูตร”