ในบาทที่ ๓ แห่งคาถาแม้นี้ บาลีมี ๒ อย่างคือ ปมาทมฺหา ปมทมฺหา ในบาทที่ ๔ เท่านั้น ผู้ศึกษาทราบเนื้อความว่า บทว่า ฌานํ น รญฺจติ ความว่า พระองค์ย่อมไม่ทรงทำฌานให้ว่าง คือสูญ ได้แก่ไม่ทรงสละ.

เหมวตยักษ์ฟังความบริสุทธิ์ในกายทวารอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะถามถึงความบริสุทธิ์ในวจีทวาร จึงกล่าวว่า กจฺจิ มุสา น ภณติ แปลว่า พระโคดมไม่ตรัสคำเท็จแลหรือ.

ในคาถานั้น ชื่อว่าขีณะ เพราะอรรถว่าย่อมสิ้นไป. อธิบายว่า ย่อมเบียดเบียน ย่อมบีบคั้น. ทางแห่งวาจาชื่อว่าพยปถะ ทางแห่งวาจาของบุคคลนั้นสิ้นแล้ว เพราะเหตุนั้น บุคคลนั้นชื่อว่า ขีณพยปถะ ผู้มีทางแห่งวาจาสิ้นแล้ว.

เหมวตยักษ์ปฏิเสธทางแห่งวาจานั้นด้วย นอักษร จึงถามว่า มีพระวาจาไม่สิ้นแล้วแลหรือ. อธิบายว่า มีพระวาจาหยาบคาย บาลีว่า นาขีณพฺยปโถ อธิบายว่า มีพระวาจาไม่สิ้นแล้ว.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๗๐๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. เหมวตสูตร”