พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยังเทศนาให้จบลงด้วยยอด คือพระอรหัต ในเวลาจบเทศนา เสนาบดียักษ์แม้ทั้งสองก็ตั้งอยู่แล้วในโสดาปัตติผล พร้อมกับยักษ์ ๑,๐๐๐.

ลำดับนั้น เหมวตยักษ์แม้โดยปกติ ก็เป็นผู้หนักในธรรม บัดนี้ตั้งอยู่แล้วในอริยภูมิ ยังไม่อิ่มโดยดี เพื่อจะทูลถามเสกขภูมิและอเสกขภูมิกะพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยเทศนาที่มีปฏิภาณอันวิจิตรของพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงกล่าวคาถาว่า โกสูธ ตรติ โอฆํ แปลว่า ในโลกนี้ ใครเล่าข้ามโอฆะได้.

ในคาถานั้น เหมวตยักษ์ทูลถามถึงเสกขภูมิว่า ใครเล่าข้ามโอฆะสี่ได้ ด้วยบทนี้ว่า ในโลกนี้ ใครเล่าข้ามโอฆะได้. โดยไม่แปลกกัน เพราะคำว่า อณฺณวํ ได้แก่ ห้วงน้ำซึ่งมีประมาณไม่กว้างและไม่ลึก.

ก็อีกอย่างหนึ่ง อรรณพเช่นกับที่ท่านกล่าวว่า ทั้งกว้างกว่าและลึกกว่านั้นแล ชื่อว่าอรรณพ คือสังสารวัฏ ก็อรรณพคือสังสารวัฏนี้ โดยรอบก็กว้าง เพราะไม่มีที่สุด โดยเบื้องต่ำก็ลึก เพราะไม่มีที่ตั้ง โดยเบื้องบนก็ลึก เพราะไม่มีที่ยึดเหนี่ยว เพราะฉะนั้น เหมวตยักษ์จึงทูลถามถึงอเสกขภูมิว่า ในโลกนี้ ใครเล่าข้ามอรรณพได้ และใครย่อมไม่จมลงในอรรณพที่ลึกซึ้งนั้น ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีที่ยึดเหนี่ยว.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๗๒๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. เหมวตสูตร”