แต่นั้น อาฬวกยักษ์เป็นผู้มีจิตอ่อนว่า สมณะนี้เป็นผู้ว่าง่ายหนอ ออกไปด้วยคำพูดคำเดียวเท่านั้น การออกไปอย่างนี้เป็นสุข เราต่อยุทธ์กับสมณะตลอดคืนด้วยเหตุอันไม่สมควรทีเดียว ดังนี้แล้ว จึงคิดอีกว่า ก็บัดนี้ เราอาจเพื่อชนะได้ สมณะออกไปเพราะความเป็นผู้ว่าง่ายหรือหนอแล หรือเพราะความโกรธ เอาเถอะ เราจักทดลองสมณะนั้น แต่นั้นจึงกล่าวว่า จงเข้ามาเถิด สมณะ.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อตรัสคำอันน่ารักแม้อีก เพื่อทรงกระทำจิตที่อ่อนให้มั่นคงว่าเป็นผู้ว่าง่าย จึงตรัสว่า ดีละ ท่าน แล้วเสด็จเข้าไป. อาฬวกยักษ์เมื่อจะทดลองความที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเป็นผู้ว่าง่ายนั้นบ่อยๆ จึงกล่าวว่า จงออกไปเถิด จงเข้ามาเถิด ในครั้งที่ ๒ บ้าง ในครั้งที่ ๓ บ้าง.
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงกระทำเช่นนั้น ผิว่าไม่พึงกระทำอย่างนั้น จิตของยักษ์อันแข็งกระด้างแม้โดยปกติก็จะแข็งกระด้างมากขึ้น ก็ไม่พึงเป็นภาชนะเพื่อรองรับธรรมกถา เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงกระทำสิ่งที่ยักษ์นั้นได้พูด เพื่อให้ยักษ์ซึ่งร้องไห้อยู่ด้วยการร้องไห้คือกิเลส ยอมรับ เหมือนมารดาให้หรือทำสิ่งที่บุตรต้องการ เพื่อให้บุตรนั้นผู้ร้องไห้อยู่ยอมรับฉะนั้น เหมือนอย่างว่านางนมให้สิ่งบางอย่างแก่ทารกผู้ไม่ดื่มนม พูดปลอบโยนแล้ว ย่อมให้ดื่มได้ฉันใด พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ฉันนั้นเหมือนกัน ทรงพูดปลอบโยนด้วยการตรัสคำที่ยักษ์ปรารถนา เพื่อให้ยักษ์นั้นได้ดื่มน้ำนม คือโลกุตรธรรม จึงได้ตรัสอย่างนี้. เหมือนอย่าง บุรุษต้องการที่จะให้รสหวาน ๔ อย่าง เต็มในเต้าน้ำ จึงให้ชำระภายในของเต้าน้ำนั้นให้สะอาดฉันใด พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ฉันนั้นเหมือนกัน ทรงประสงค์จะยังน้ำหวาน ๔ อย่าง คือโลกุตรธรรมให้เต็มในจิตของยักษ์ จึงได้ทรงกระทำการเสด็จออกไปและเข้ามาถึง ๓ ครั้ง เพื่อชำระมลทิน คือความโกรธในภายในแห่งยักษ์นั้น.
ครั้งนั้น อาฬวกยักษ์ยังจิตชั่วให้เกิดขึ้นว่า สมณะนี้เป็นผู้ว่าง่าย ถูกเราพูดว่าจงออกไปเถิด ก็ออกไป ถูกเราพูดว่าจงเข้ามาเถิด ก็เข้ามา ไฉนหนอ เราพึงยังสมณะนี้ให้ลำบากตลอดคืนอย่างนี้นั่นแล แล้วจับเท้าทั้งสองขว้างไปที่ฝั่งโน้นของแม่น้ำคงคาดังนี้ จึงกล่าวครั้งที่ ๔ ว่า จงออกไปเถิด สมณะ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที