ด้วยคาถานั่น แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว เพราะสัทธินทรีย์เป็นปทัฏฐานแห่งโสดาปัตติยังคะ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงประกาศการข้ามทิฏโฐฆะ คือโสดาปัตติมรรคและโสดาบัน ด้วยบทนี้ว่า บุคคลย่อมข้ามโอฆะได้ด้วยศรัทธา ก็พระโสดาบันถึงพร้อมแล้วด้วยความไม่ประมาท กล่าวคือการกระทำติดต่อด้วยการเจริญกุศลธรรม ยินดีมรรคที่ ๒ ย่อมข้ามอรรณพคือสังสารอันเป็นที่ตั้งแห่งภโวฆะ อันข้ามไม่ได้ด้วยโสดาปัตติมรรคที่เหลือลง ยกเว้นเหตุสักว่ามาสู่โลกนี้ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะเหตุนั้น จึงทรงประกาศการข้ามภโวฆะ คือสกทาคามิมรรคและสกทาคามี ด้วยบทนี้ว่า ย่อมข้ามอรรณพได้ด้วยความไม่ประมาท เพราะสกทาคามียินดีมรรคที่ ๓ ย่อมล่วงทุกข์อันเป็นที่ตั้งแห่งกาโมฆะ และที่สำคัญว่ากาโมฆะ อันข้ามไม่ได้ด้วยสกทาคามิมรรค เพราะเหตุนั้น จึงทรงประกาศการข้ามกาโมฆะ คืออนาคามิมรรคและอนาคามี ด้วยบทนี้ว่า ย่อมล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียร ก็เพราะอนาคามียินดีมรรคปัญญาที่ ๔ อันบริสุทธิ์โดยส่วนเดียว ด้วยปัญญาอันบริสุทธิ์ซึ่งปราศจากเปือกตม ละมลทินอย่างละเอียด กล่าวคืออวิชชา อันละไม่ได้ด้วยอนาคามิมรรค เพราะเหตุนั้น จึงทรงประกาศการข้ามอวิชโชฆะ คืออรหัตมรรคและพระอรหันต์ด้วยบทนี้ว่า ย่อมบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา ก็ครั้นตรัสคาถานี้ด้วยยอดคือพระอรหัตในที่สุด ยักษ์ก็ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล.

บัดนี้ อาฬวกยักษ์ถือเอาบทว่า ปัญญาที่ตรัสในคาถานี้ว่า ย่อมบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญานั้นแล เมื่อจะทูลถามปัญหาอันคละไปด้วยโลกิยะและโลกุตระด้วยปฏิภาณของตน จึงกล่าวคาถา ๖ บทนี้ว่า กถํสุ ลภเต ปญฺญํ แปลว่า บุคคลย่อมได้ปัญญาอย่างไร.

ในบทเหล่านั้น บทว่า กถํ สุ เป็นการถามถึงการประกอบประโยชน์ในที่ทั้งปวงนั่นเทียว. ก็อาฬวกยักษ์นี้รู้อรรถมีปัญญาเป็นต้น จึงทูลถามถึงการประกอบซึ่งอรรถนั้นว่า บุคคลย่อมได้ปัญญาอย่างไร คือด้วยการประกอบอย่างไร ด้วยการณ์อย่างไร. ในทรัพย์เป็นต้นก็นัยนี้.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงแสดงการได้ปัญญาด้วยการณ์ ๔ อย่างแก่อาฬวกยักษ์นั้น จึงตรัสว่า สทฺทหาโน เป็นต้น.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๗๗๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. อาฬวกสูตร”