ครั้นทรงวิสัชนาปัญหาทั้ง ๔ โดยนัยอันคละกันทั้งโลกิยะและโลกุตระอันทั่วไปแก่คฤหัสถ์และบรรพชิตอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะทรงวิสัชนาปัญหาที่ ๕ ด้วยอำนาจแห่งคฤหัสถ์นี้ว่า กถํ เปจฺจ น โสจติ จึงตรัสว่า ยสฺเสเต ดังนี้.
คาถานั้นมีเนื้อความว่า ผู้ใดชื่อว่ามีศรัทธา เพราะความเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา อันยังกัลยาณธรรมทั้งปวงให้เกิดขึ้น ที่ตรัสไว้ในบทนี้ว่า สทฺทหาโน อรหตํ ผู้ครองเรือน คือแสวงหา เสาะหากามคุณ ๕ ในการครองเรือน ผู้บริโภคกามเป็นคฤหัสถ์มีธรรม ๔ เหล่านี้ คือ สัจจะ มีประการที่ตรัสว่า บุคคลย่อมถึงชื่อเสียงด้วยสัจจะ ธรรม ที่ตรัสโดยชื่อว่า ปัญญา เกิดจากการฟังด้วยดี ในบทนี้ว่า ฟังอยู่ด้วยดีย่อมได้ปัญญา ธิติ ที่ตรัสโดยชื่อว่า ธุระ และโดยชื่อว่า อุฏฐานะ ในบทนี้ว่า ผู้มีธุระ มีความหมั่น และจาคะ มีประการที่ตรัสไว้ในบทนี้ว่า ผู้ให้ย่อมผูกมิตรไว้ได้ ผู้นั้นแลละไปแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก คือผู้นั้นแลไปจากโลกนี้สู่ปรโลก ย่อมไม่เศร้าโศก ดังนี้.
พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นวิสัชนาปัญหาแม้ที่ ๕ อย่างนี้แล้ว เมื่อจะทรงเตือนยักษ์นั้น จึงตรัสว่า อิงฺฆ อญฺเญปิ ดังนี้.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อิงฺฆ เป็นนิบาตลงในอรรถว่า ตักเตือน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที