ก็ในที่นี้ย่อมเป็นไปในเหตุ เพราะฉะนั้น ผู้ศึกษาพึงทราบเนื้อความโดยย่อในที่นี้อย่างนี้ว่า เหตุแห่งการได้ปัญญาเป็นต้น อันเป็นไปในปัจจุบันใด และเหตุแห่งความที่ละโลกนี้ไปแล้วไม่มีความเศร้าโศก อันเป็นไปในภพหน้าใด วันนี้ เราทราบชัดซึ่งเหตุนั้นด้วยตนเอง โดยนัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วนั่นแล บัดนี้ เรานั้นจะพึงถามสมณพราหมณ์เป็นอันมากทำไมเล่า. ____________________________ ๒๒- วิ. มหาวิ. เล่ม ๑/ข้อ ๑ ๒๓- ที. มหา. เล่ม ๑๐/ข้อ ๑๖๙ ๒๔- ขุ. ชา. เล่ม ๒๗/ข้อ ๑๑ ๒๕- สํ. ส. เล่ม ๑๕/ข้อ ๖๓๓ ๒๖- ขุ. ชา. เล่ม ๒๗/ข้อ ๙๒

ยักษ์ทูลว่า ข้าพระองค์ทราบชัดประโยชน์อันเป็นไปในภพหน้าอย่างนี้แล้ว เมื่อจะแสดงความที่ญาณนั้นมีภพเป็นมูล จึงกราบทูลว่า พระพุทธเจ้า... เพื่อประโยชน์แก่ข้าพระองค์หนอ.

ในบทเหล่านั้น บทว่า อตฺถาย ความว่า เพื่อประโยชน์เกื้อกูล หรือเพื่อความรู้.

บทว่า ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ความว่า ทานที่บุคคลให้แล้วในพระทักขิไณยบุคคลผู้เลิศใด ด้วยการบริจาคที่ตรัสไว้ในบทนี้ว่า ยสฺเสเต จตุโร ธมฺมา เป็นทานที่มีผลมากกว่า ข้าพระองค์ทราบชัดพระทักขิไณยบุคคลผู้เลิศนั้น. ส่วนพวกเกจิอาจารย์กล่าวว่า อาฬวกยักษ์ทูลอย่างนี้ หมายถึงพระสงฆ์.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๗๗๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. อาฬวกสูตร”