จริงอยู่ ขี้ตาเช่นกับเนื้อที่ลอกหนังออกแล้ว ย่อมไหลออกจากช่องตาทั้งสองของกายนั่น ขี้หูเช่นกับก้อนธุลี ย่อมไหลออกจากช่องหูทั้งสอง ขี้มูกเช่นกับน้ำหนองย่อมไหลออกจากช่องจมูกทั้งสอง บุคคลย่อมสำรอกออกจากปาก.

หากมีคำถามว่า สำรอกอะไร?

ตอบว่า บางคราวย่อมสำรอกน้ำดี. มีอธิบายว่า ในกาลใด น้ำดีไม่เป็นก้อนกำเริบ ก็ย่อมสำรอกน้ำดีในกาลนั้น.

บทว่า เสมฺหํ จ ความว่า ย่อมสำรอกน้ำดีอย่างเดียวหามิได้ แม้น้ำเสมหะที่เป็นก้อนซึ่งมีประมาณเต็มบาตรหนึ่งนั้นแม้ใด ตั้งอยู่ในช่องท้อง ย่อมสำรอกน้ำเสมหะแม้นั้นในกาลบางคราว. ก็เสมหะนี้นั้น พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในวิสุทธิมรรคโดยสีเป็นต้น. ด้วย จ ศัพท์ว่า เสมฺหํ จ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า ย่อมสำรอกเสมหะและของอันไม่สะอาดอย่างอื่นมีอาหารใหม่และโลหิตเป็นต้นเห็นปานนั้น.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๘๑๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๑. วิชยสูตร”