ก็อธิบายนี้ว่า เมื่อมารดาและบุตรปฏิบัติผิด ด้วยอำนาจที่อยู่และความเชยชมที่อันมิใช่ที่อยู่และความไม่เชยชม ชื่อนี้แล อันมุนีเห็นแล้วว่า โอ! ไม่เคยมีดังนี้ เป็นอันสำเร็จแล้วด้วยเวนิบาตนั้น.

อีกอย่างหนึ่ง การเห็นของมุนี แม้เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า มุนิทัสสนะ ชื่อว่าทัสสนะ เป็นของควร เป็นของชอบใจ. อธิบายว่า ย่อมควรและย่อมชอบใจ.

พึงทราบวินิจฉัยในคาถาที่ ๒

บทว่า โย ชาตมุจฺฉิชฺช ความว่า ผู้ใดพยายามอยู่โดยประการที่จะละอกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว ตัดกิเลสที่เกิดแล้ว คือมีแล้ว บังเกิดแล้วในวัตถุไรๆ นั่นแล ด้วยยังคุณให้เกิดในวัตถุนั้น และกิเลสแม้ยังไม่มาแล้วใด เรียกว่าเกิดอยู่ด้วยลักษณะกำลังเป็นไป ในที่ใกล้อันเป็นไปอยู่ เพราะความเป็นกิเลสมุ่งหน้าเพื่อเกิดขึ้น ด้วยการประชุมปัจจัยมีรูปเห็นปานนั้น ไม่พึงปลูกกิเลสนั้นให้เกิดขึ้นอีก. อธิบายว่า พยายามอยู่โดยประการที่จะมีความไม่เกิดขึ้นแห่งอกุศลที่ยังไม่เกิด ชื่อว่าไม่พึงให้กิเลสเกิดขึ้น.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๘๓๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. มุนีสูตร”