ชื่อว่าผู้ครอบงำธรรมได้ทั้งหมด เพราะความที่พระองค์เป็นผู้อันธรรมเหล่านั้นไม่ครอบงำ ด้วยการละฉันทราคะในขันธ์ อายตนะและธาตุทั้งปวงที่มีอาสวะ และเพราะความที่พระองค์ทรงเป็นไปครอบงำธรรมเหล่านั้นหมดไว้ด้วยพระองค์เอง ชื่อว่ารู้แจ้งธรรมทุกอย่าง เพราะความที่ธรรมเหล่านั้นและสรรพธรรมเหล่าอื่น อันพระองค์ทรงรู้แจ้งโดยอาการทั้งปวง. ชื่อว่ามีปัญญาดี เพราะความที่พระองค์ทรงถึงพร้อมแล้วด้วยเมธาอันงาม ซึ่งสามารถในการทรงแสดงธรรมทั้งปวง. ชื่อว่าไม่เข้าไปติดในธรรมทั้งปวงเหล่านั้น เพราะไม่มีความติดคือตัณหาและทิฏฐิทั้งหลาย ซึ่งเป็นเหตุให้คนเข้าไปติดในธรรมทั้งปวง อันต่างด้วยขันธ์ที่มีอาสวะเป็นต้น. ชื่อว่าละธรรมได้ทั้งหมด เพราะความที่พระองค์ไม่มีฉันทราคะในสรรพธรรมเหล่านั้น และเพราะพระองค์ทรงละธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ดำรงอยู่. ชื่อว่าน้อมไปแล้วในธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา มีอธิบายว่าน้อมไปยิ่งแล้ว เพราะความที่พระองค์ทรงน้อมไปแล้วโดยพิเศษในนิพพานอันเป็นที่สิ้นตัณหา ด้วยจิตอันโน้มไปในอุปธิวิเวก.

บทว่า ตํ วาปิ ธีรา มุนิ เวทยนฺติ ความว่า สัตว์ ผู้นักปราชญ์ทั้งหลายย่อมประกาศ คือย่อมรู้แม้ผู้นั้นว่า เป็นมุนี.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยังพระองค์ให้แจ่มแจ้งว่า ท่านทั้งหลายจงดูมุนีนี้เป็นผู้ประเสริฐยิ่งเพียงใด เทศนาของมุนีผู้ประเสริฐยิ่งเพียงนั้นจะมีมลทินแต่ที่ไหน.

จริงอยู่ วาศัพท์ ในบทว่า ตํ วาปิ ธีรา นี้มีความแจ่มแจ้งเป็นอรรถ ส่วนอาจารย์บางพวกกล่าวว่า อุปกะแม้เห็นพระตถาคตในกาลนั้นไม่เชื่อแล้วว่า พระตถาคตนี้เป็นพุทธมุนี. ภิกษุทั้งหลายยังถ้อยคำให้ตั้งขึ้นอย่างนี้แล้ว ต่อแต่นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแสดงว่า จงเชื่อก็ตาม ไม่เชื่อก็ตาม แต่นักปราชญ์ทั้งหลายประกาศผู้นั้นว่า เป็นมุนี จึงตรัสคาถานี้แล.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๘๔๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. มุนีสูตร”