อาตมภาพปรารถนายิ่งนัก ดังนี้.

เมื่อจะทรงแสดงสภาพของพระองค์ยิ่งกว่าโลกธรรมทั้งหลาย จึงตรัสคาถา ๗ บทนี้เพื่อทรงแสดงธรรมแก่พระราชา.

คาถานั้นมีเนื้อความว่า

ชื่อว่าผู้เดียวด้วยคุณทั้งหลาย กล่าวคือบรรพชาเป็นต้น. ชื่อว่าเที่ยวไป ด้วยจริยาทั้งหลายมีอิริยาบถเป็นต้น. ชื่อว่ามุนี เพราะถึงพร้อมด้วยโมเนยยธรรม. ชื่อว่าไม่ประมาท เพราะไม่มีความประมาทในฐานะทั้งปวง. ชื่อว่าไม่หวั่นไหว ด้วยอำนาจแห่งความยินร้ายและความยินดีในเพราะนินทาและสรรเสริญเหล่านี้ คือนินทาอันต่างด้วยการด่าและการครหาเป็นต้น และการสรรเสริญอันต่างด้วยการชมเชยคุณเป็นต้น. ก็โลกธรรมแม้ ๘ อย่าง พึงทราบว่า ตรัสแล้วในคาถานี้โดยมีนินทาและการสรรเสริญเป็นประธาน.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๘๔๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. มุนีสูตร”