พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประสงค์จะทำเนื้อความนั้นให้ปรากฏแก่มนุษย์ทั้งหลาย จึงตรัสถามว่า เราถามอย่างไร? เจ้าตอบอย่างไร?
นางกราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ ใครๆ ย่อมไม่รู้ดิฉันว่า ดิฉันมาจากเรือนไปสู่โรงงานทอผ้าก็หามิได้ โดยที่แท้พระองค์ตรัสถามดิฉันด้วยอำนาจแห่งปฏิสนธิว่ามาจากไหน ตรัสถามด้วยอำนาจแห่งจุติว่าจักไปไหน และดิฉันไม่ทราบว่ามาจากไหน จากนรกหรือจากเทวโลก เพราะดิฉันไม่ทราบว่าจักไปแม้ที่ไหน นรกหรือเทวโลก เพราะฉะนั้นจึงทูลว่าไม่ทราบ แต่นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายถึงมรณะ จึงตรัสถามดิฉันว่าไม่ทราบหรือ และดิฉันทราบว่าสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงต้องตายแน่นอน ด้วยเหตุนั้น จึงทูลว่าทราบ ต่อจากนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายถึงกาลมรณะ จึงตรัสถามดิฉันว่าทราบหรือ? และดิฉันไม่ทราบว่าจักตายเมื่อไร ในวันนี้หรือพรุ่งนี้ ด้วยเหตุนั้นจึงทูลว่าไม่ทราบ ดังนี้.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุโมทนาปัญหาที่ทาริกานั้นวิสัชนาแล้วๆ ว่า ดีละ ดีแล้ว. ฝ่ายหมู่มหาชนได้ให้สาธุการถึงพันครั้งว่า ทาริกานี้เป็นบัณฑิต. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบว่า ทาริกามีสัปปายะ.
เมื่อจะทรงแสดงพระธรรมจึงตรัสคาถานี้ว่า ๒-
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที