นางทาริกานั้นไหว้พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ไปสู่สำนักบิดา บิดาเห็นนาง จึงโกรธว่า มาช้านัก จึงใส่กระสวยอย่างแรง กระสวยพุ่งไปทิ่มท้องของทาริกา นางได้ทำกาละในที่นั้นนั่นแล. เขาเห็นแล้วพิจารณาดูว่า เราไม่ได้ประหารธิดาของเรา โดยที่แท้กระสวยพุ่งออกมาโดยแรงไปทิ่มท้องของธิดานี้ เธอยังเป็นอยู่หรือไม่หนอ เห็นนางตายแล้ว จึงคิดว่า มนุษย์ทั้งหลายรู้เราว่า คนนี้ฆ่าธิดา ก็จะพึงเล่าลือเปิดเผย ด้วยเหตุนั้น แม้พระราชาก็จะพึงลงอาชญาอย่างหนัก เอาเถิด เราจักหลบหนีไปก่อน.

เขาหลบหนีเพราะกลัวอาชญา ไปถึงโอกาสเป็นที่อยู่ของภิกษุทั้งหลายผู้เรียนกรรมฐานในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วอยู่ในป่า และเข้าไปหาภิกษุเหล่านั้น ไหว้แล้วขอบรรพชา ภิกษุเหล่านั้นให้เธอบวชแล้ว ให้กรรมฐานเกี่ยวด้วยหมวดห้ามีหนังเป็นที่สุด เธอเรียนกรรมฐานนั้น เพียรพยายาม ไม่นานนักก็บรรลุพระอรหัต และภิกษุเหล่านั้นเป็นอาจารย์และอุปัชฌาย์ของเธอ. ลำดับนั้น ในมหาปวารณา ภิกษุทั้งหมดนั่นแลได้ไปสู่สำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยคิดว่า จักปวารณาวิสุทธิปวารณา.

พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นปวารณาเสด็จออกพรรษาแล้ว มีพระภิกษุสงฆ์แวดล้อม เสด็จเที่ยวจาริกในคามและนิคมเป็นต้น เสด็จไปสู่เมืองอาฬวีโดยลำดับ ก็มนุษย์ทั้งหลายในเมืองอาฬวีนั้นนิมนต์พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ทำทานทั้งหลาย เห็นภิกษุนั้นแล้วพากันกล่าวเสียดสีว่า ท่านฆ่าธิดาแล้ว บัดนี้ มาเพื่อฆ่าใครดังนี้เป็นต้น. ภิกษุทั้งหลายได้ฟังดังนั้นแล้ว ในเวลาบำรุงเข้าไปเฝ้าแล้วทูลเรื่องนั่นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้ไม่ได้ฆ่าธิดา ธิดานั้นตายตามกรรมของตน เมื่อจะทรงประกาศความที่ภิกษุนั้นเป็นมุนีผู้ขีณาสพอันมนุษย์ทั้งหลายรู้ได้ยาก จึงตรัสคาถานี้ เพื่อทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๘๕๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. มุนีสูตร”