คาถานั้นมีเนื้อความว่า

ผู้ใดสำรวมตนด้วยการสำรวมศีล ในกรรมทวารทั้งสาม ย่อมไม่ทำบาปมีการเบียดเบียนเป็นต้นด้วยกาย หรือด้วยวาจา หรือด้วยใจ ก็เป็นหนุ่มคือตั้งอยู่ในวัยหนุ่ม หรือปูนกลางคือตั้งอยู่ในวัยกลาง เป็นเถระตั้งอยู่ในปัจฉิมวัย โดยนัยนั่นแล ไม่ทำบาปนั้นแม้ในกาลไหนๆ เพราะเหตุไร เพราะมีตนสำรวมแล้ว. อธิบายว่า เพราะมีจิตห่างจากบาปทั้งปวงด้วยวิรัติอันยอดเยี่ยม.

บัดนี้ พึงทราบโยชนาและอธิบายแห่งบทเหล่านี้ว่า มุนิ อโรสเนยฺโย น โส โรเสติ กิญฺจิ ดังนี้

ผู้นั้นเป็นมุนีผู้ขีณาสพ ไม่โกรธง่าย คือเป็นผู้ไม่ควรเพื่อว่าร้าย คือเพื่อกระทบ เพื่อเบียดเบียนด้วยกายหรือด้วยวาจา โดยนัยมีอาทิอย่างนี้ว่า ผู้ฆ่าธิดา หรือว่าเป็นช่างหูก เพราะแม้เขาไม่ว่าร้ายใครๆ คือไม่กล่าวร้ายอะไรๆ คือไม่กระทบ ไม่เบียดเบียนว่า เราฆ่าธิดาของเรา ท่านฆ่าหรือผู้เช่นกับท่านฆ่าเป็นต้น เพราะฉะนั้น ผู้นั้นแม้อันบุคคลไม่พึงว่าร้าย โดยที่แท้เป็นผู้อันบุคคลพึงนอบน้อมทีเดียว โดยนัยที่กล่าวแล้วว่า จงหยุดเถิดนาค ท่านอย่าฆ่านาค จงทำการนอบน้อมแก่นาค ๓- ดังนี้. ____________________________ ๓- ม. มู. เล่ม ๑๒/ข้อ ๒๘๙ วมฺมิกสตฺตํ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๘๕๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. มุนีสูตร”