พราหมณ์นั้นจึงถูกกำหนดว่า ปัญจัคคทายก อย่างนี้แล.

อยู่มาวันหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุในสมัยใกล้รุ่ง ทรงเห็นอุปนิสัยแห่งโสดาปัตติมรรคของพราหมณ์นั้นและนางพราหมณี ทรงกระทำการปฏิบัติพระสรีระ เสด็จเข้าสู่พระคันธกุฎีแต่เช้าตรู่เทียว. ภิกษุทั้งหลายเห็นพระคันธกุฎีปิดประตูรู้ว่า วันนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระประสงค์เพื่อเสด็จเข้าไปสู่บ้านแต่พระองค์เดียว ในเวลาภิกขาจารทำประทักษิณพระคันธกุฎี เข้าไปเพื่อบิณฑบาต. ฝ่ายพระผู้มีพระภาคเจ้าในเวลาพราหมณ์บริโภค เสด็จออกเข้าไปในกรุงสาวัตถี. มนุษย์ทั้งหลายพอเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเท่านั้น ก็รู้ว่าในวันนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุเคราะห์สัตว์บางคนแน่นอน ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าไปแต่พระองค์เดียว จึงไม่เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อประโยชน์แก่การนิมนต์. แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปถึงประตูเรือนของพราหมณ์โดยลำดับ ประทับยืนอยู่.

ก็โดยสมัยนั้น พราหมณ์กำลังนั่งรับประทานโภชนะ ส่วนนางพราหมณีของพราหมณ์นั้นยืนพัดอยู่ นางเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วคิดว่า ถ้าพราหมณ์นี้พึงเห็นไซร้ก็จะพึงรับบาตรถวายโภชนะทั้งหมด แต่นั้น เราก็จะพึงหุงต้มโภชนะอีก ก็เกิดความไม่เลื่อมใสและความตระหนี่ จึงเอาพัดก้านตาลบังไว้โดยประการที่พราหมณ์จะมองไม่เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรู้เหตุนั้น จึงเปล่งแสงสว่างจากพระสรีระ พราหมณ์เห็นแสงสว่างสีทองแล้ว มองดูว่า นั่นอะไร ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับยืนอยู่ที่ประตู.

ฝ่ายนางพราหมณีคิดว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าอันพราหมณ์นั้นเห็นแล้ว จึงวางพัดก้านตาลทันที เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ไหว้ด้วยเบญจางคประดิษฐ์. ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรู้ว่า นางพราหมณีนั้นกำลังยืนอยู่มีสัปปายะ จึงตรัสคาถานี้ว่า

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๘๖๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. มุนีสูตร”