พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ กรุงกบิลพัสดุ์ ก็โดยสมัยนั้นแล พระญาติทั้งหลายได้ทรงกระทำมงคล ๓ ประการ คือ อาภรณมงคล อภิเสกมงคล อาวาหมงคลแก่เจ้าชายนันทะ แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ถูกนิมนต์ในงานมงคลนั้น เสด็จไปในงานมงคลนั้นพร้อมกับภิกษุ ๕๐๐ รูป เสวยพระกระยาหารเสร็จแล้ว เสด็จออกไปทรงประทานบาตรในพระหัตถ์ของเจ้าชายนันทะ เจ้าหญิงชนบทกัลยาณีเห็นเจ้าชายนันทะนั้นเสด็จออกไป จึงตรัสว่า ขอพระลูกเจ้าจงด่วนเสด็จกลับมา. เจ้าชายนันทะนั้นเมื่อไม่อาจเพื่อทูลว่า ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงทรงรับบาตรเถิด ด้วยความเคารพพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็เสด็จไปสู่วิหารนั่นเทียว พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับยืนที่บริเวณพระคันธกุฎีตรัสว่า จงนำบาตรมา นันทะ ครั้นรับแล้วก็ตรัสว่า เธอจักบวชไหม? เจ้าชายนั้นเมื่อไม่อาจปฏิเสธด้วยความเคารพต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงทูลว่า จะบวช พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงให้เจ้าชายนันทะทรงผนวชแล้ว.
ก็พระนันทะนั้นระลึกถึงคำพูดของเจ้าหญิงชนบทกัลยาณีบ่อยๆ ก็กระสัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลบอกเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า.
พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระประสงค์จะทรงกำจัดความไม่ยินดีของพระนันทะจึงตรัสว่า ดูก่อนนันทะ เธอเคยไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ไหม? พระนันทะทูลบอกว่า ข้าพระองค์ไม่เคยไปพระเจ้าข้า แต่นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงนำพระนันทะนั้นไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ด้วยอานุภาพของพระองค์ แล้วประทับยืนที่ประตูเวชยันตปราสาท.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที