ภิกษุรูปหนึ่งอาศัยปัจจันตคามในแคว้นโกศล อยู่ในป่า ก็พรานเนื้อในบ้านนั้นไปสู่โอกาสเป็นที่อยู่ของภิกษุนั้น ผูกเนื้อทั้งหลายเข้าไปสู่ป่า เห็นพระเถระแม้เข้าไปสู่บ้านเพื่อบิณฑบาต เมื่อมาจากป่าก็เห็นพระเถระแม้กำลังออกจากบ้าน ก็เกิดความรักใคร่ในพระเถระ ด้วยการเห็นเนืองๆ อย่างนี้ ถวายบิณฑบาตที่มีรสแม้แก่พระเถระในเวลาที่ตนได้เนื้อมาก.

มนุษย์ทั้งหลายโพนทะนาว่า ภิกษุนี้ย่อมบอกแก่พรานว่า ในประเทศชื่อโน้น เนื้อทั้งหลายย่อมยืนเดินดื่มน้ำที่ควรดื่ม แต่นั้นพรานก็ฆ่าเนื้อทั้งหลาย ด้วยเหตุนั้น คนทั้งสองจึงรวมกันเลี้ยงชีวิต.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเที่ยวจาริกในชนบท ได้เสด็จไปสู่ชนบทนั้น. ภิกษุทั้งหลายเข้าไปสู่บ้านเพื่อบิณฑบาต ฟังประพฤติการณ์นั้นแล้วทูลบอกแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า. พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงความที่ภิกษุนั้นเป็นมุนีผู้ขีณาสพ ซึ่งไม่สำเร็จการเลี้ยงชีวิตร่วมกับพราน จึงตรัสคาถานี้ เพื่อทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุเหล่านั้น.

คาถานั้นมีเนื้อความว่า

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๘๗๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. มุนีสูตร”