เนื้อความแห่งพระคาถานั้นว่า
ทรัพย์เครื่องปลื้มใจหรือรัตนะอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งมีอยู่ในโลกนี้หรือในโลกอื่น หรือในสวรรค์ทั้งหลาย พุทธรัตนะแม้นี้ชื่อว่าประณีต เพราะไม่เสมอเหมือนกับทรัพย์เครื่องปลื้มใจหรือรัตนะนั้น ด้วยคุณทั้งหลายเหล่านั้นๆ. ถ้าหากว่าคำที่กล่าวนี้เป็นคำสัตย์จริง ด้วยความสัจนี้ ขอความสวัสดีจงมี คือ ขอความดีงาม ได้แก่ความไม่มีโรค ความไม่มีอุปัทวะ จงมีแก่ปาณะสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้.
ก็ในข้อนี้มีอธิบายว่า จักษุ ชื่อว่าเป็นของสูญ สูญจากความเป็นตน หรือจากความเป็นของที่เกี่ยวเนื่องกับตน ในประโยคทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ว่า ดูก่อนอานนท์ จักษุแลชื่อว่าเป็นของสูญจากตนหรือจากสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับตน. ๓- ____________________________ ๓- สํ. สฬา. เล่ม ๑๘/ข้อ ๑๐๒/๖๗
แต่เมื่อถือเอาโดยประการนอกนี้ จักษุก็จักไม่พึงสำเร็จด้วยคำว่าตน หรือสิ่งที่เนื่องด้วยตนฉันใด คำที่ว่ารัตนะอันประณีตก็พึงทราบเนื้อความนี้ว่า ความเป็นรัตนะอันประณีต คือรัตนภาพประณีต แต่เมื่อถือเอาโดยประการนอกนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าก็หาได้สำเร็จว่าเป็นรัตนะไม่ฉันนั้น ด้วยว่าในที่ใดไม่มีรัตนะ ที่นั้นก็ยังสำเร็จว่าเป็นรัตนะได้ แต่ในที่ใดมีความเป็นรัตนะที่ถึงความสัมพันธ์กันโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง กล่าวคือประโยชน์มีการกระทำความเคารพเป็นต้น ที่นั้นก็ย่อมปรากฏว่าเป็นรัตนะได้ ก็หมายถึงความเป็นรัตนะ เพราะฉะนั้น ที่นั้นจึงสำเร็จว่ารัตนะได้ เพราะความมีอยู่แห่งความเป็นรัตนะนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที