คำว่า วิจิกิจฺฉิตํ นั้นเป็นชื่อแห่งความสงสัยในวัตถุ ๘ ประการตามที่ท่านกล่าวไว้โดยนัยว่า ๔- ความสงสัยในพระศาสดาดังนี้เป็นต้น ก็เพราะเหตุที่พระโสดาบันละความสงสัยนั้นเสียได้ ความสงสัยทุกอย่างจึงเป็นอันท่านละได้แล้ว เพราะความสงสัยนั้นเป็นมูลรากแห่งความสงสัยทั้งปวง.

ศีลหลายประการมีศีลอย่างโค ศีลอย่างสุนัขเป็นต้น และวัตรมีวัตรของโคและวัตรของสุนัขเป็นต้น ซึ่งมาแล้วในสูตรทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ว่า ๕- "ความบริสุทธิของสมณพราหมณ์ ภายนอกศาสนานี้ ย่อมมีด้วยศีล (เช่นศีลอย่างโคเป็นต้น) ความบริสุทธิย่อมมีด้วยวัตร เช่นวัตรของโคเป็นต้น" ดังนี้. ท่านเรียกว่าศีลพรต เพราะละศีลพรตนั้นเสียได้ ตบะที่ไม่ตายแม้ทั้งปวงมีนัคคิยตบะ ตบะของคนเปลือย และมุณฑิยตบะ ตบะของคนโล้นเป็นต้น ก็เป็นอันพระโสดาบันละได้. ____________________________ ๔- อภิ. สงฺ. เล่ม ๓๔/ข้อ ๖๗๒ อภิ. วิ. เล่ม ๓๕/ข้อ ๙๓๒ ๕- อภิ. สงฺ. เล่ม ๓๔/ข้อ ๗๘๓ อภิ. วิ. เล่ม ๓๕/ข้อ ๙๖๒

เพราะว่าศีลพรตนั้นเป็นมูลรากแห่งศีลพรตทั้งปวง เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสไว้ในที่สุดแห่งคำทั้งปวง (ท้ายบทคาถา) ว่า ยทตฺถิ กิญฺจิ บัณฑิตพึงทราบว่า ก็สักกายทิฏฐิ ในคำว่า สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉิตญฺจ สีลพฺพตํ วาปิ นี้ อันพระโสดาบันละเสียได้ด้วยความถึงพร้อมแห่งการเห็นทุกข์ ละวิจิกิจฉาเสียได้ ด้วยความถึงพร้อมแห่งการเห็นสมุทัย ละสีลัพพตปรามาสเสียได้ด้วยการเห็นพระนิพพานด้วยมรรค.

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงการละกิเลสแห่งพระโสดาบันบุคคลอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงการละวิปากวัฏในเมื่อกิเลสวัฏยังมีอยู่ จึงตรัสว่า จตูหปาเยหิ จ วิปฺปมุตฺโต เป็นต้น.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๙๖๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. รตนสูตร”