ตอบว่า เพราะพระมุนีทรงประกาศด้วยคาถาทั้งหลายที่ไพเราะทั้งโดยอรรถ ทั้งโดยบท ทั้งโดยกระแสแห่งเทศนา.
ถามว่า เป็นเช่นไร?
ตอบว่า บุคคลที่ไม่มีกลิ่นดิบ ผู้อันตัณหาและทิฏฐิไม่อาศัยแล้ว ตามรู้ได้ยาก. ที่ชื่อว่าผู้ไม่มีกลิ่นดิบ ก็เพราะไม่มีกิเลสอันเป็นกลิ่นดิบ. ที่ชื่อว่าอสิตะ ก็เพราะไม่มีตัณหาและทิฏฐิเข้าไปอาศัย. ชื่อว่าเป็นผู้ตามรู้ได้ยาก ก็เพราะใครๆ ไม่อาจเพื่อจะแนะนำได้ด้วยสามารถแห่งทิฏฐิในภายนอกว่า สิ่งนี้ประเสริฐกว่า สิ่งนี้ประเสริฐ ดังนี้เป็นต้น.
ก็ติสสพราหมณ์ฟังบทสุภาษิต ได้แก่ฟังพระธรรมเทศนาที่ตรัสดีแล้วของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นผู้ทรงประกาศแล้วอย่างนี้ เป็นผู้มีใจนอบน้อม ได้แก่เป็นผู้มีจิตนอบน้อม ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ไม่มีกลิ่นดิบ คือผู้ไม่มีเครื่องข้องคือกิเลส ผู้บรรเทาความทุกข์ทั้งปวงเสียได้ ได้แก่ผู้บรรเทาความทุกข์ในวัฏฏะทั้งปวงเสียได้ แล้วถวายบังคมพระบาทของพระตถาคตเจ้าด้วยเบญจางคประดิษฐ์.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที