บาทคาถาว่า ตเถว ปพฺพชฺชมโรจยิตฺถ มีคำอธิบายว่า ติสสดาบสได้ทูลขอ คือได้ทูลอ้อนวอนขอซึ่งบรรพชากะพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่ากัสสปะพระองค์นั้น ผู้ประทับนั่งบนอาสนะนั้นนั่นเอง.
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะติสสดาบสนั้นว่า “เธอจงเป็นภิกษุมาเถิด” ดังนี้ ดาบสนั้นเป็นผู้ประกอบด้วยบริขาร ๘ ในทันใดนั้นเอง เป็นดุจพระเถระมีพรรษาตั้งร้อยมาทางอากาศถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า โดยการล่วงไปเพียง ๒-๓ วันเท่านั้นก็ได้บรรลุสาวกบารมีญาณ ได้เป็นอัครสาวกชื่อว่า ติสสะ. (สาวกที่สองของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น) ชื่อว่า ภารทวาชะ.
พระผู้มีพระภาคเจ้า (กัสสปะ) พระองค์นั้นจึงมีคู่แห่งพระสาวกมีชื่อว่าติสสะและภารทวาชะ ด้วยประการฉะนี้.
ส่วนพระผู้มีพระภาคเจ้าแห่งเราทั้งหลายทรงนำพระคาถา ๑๔ พระคาถาแม้ทั้งสิ้นที่ติสสพราหมณ์กล่าวในตอนต้น ๓ คาถา ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่ากัสสปะ ตรัสในท่ามกลาง ๙ คาถา และที่พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายกล่าวในที่สุด ๒ คาถา ในกาลครั้งนั้น (พระองค์) ทรงกระทำให้บริบูรณ์แล้ว ทรงพยากรณ์กลิ่นดิบแก่ดาบส ๕๐๐ มีอาจารย์เป็นประธาน อันชื่อว่า อามคันธสูตร นี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที