เป็นสหายในชนพาลย่อมไม่มี. เอาเถิด เราเป็นผู้มี
จักษุเสียแล้ว มาสู่ทางไกลอันกันดาร จักตายเสีย จัก
ไม่ไป เพราะความเป็นสหายในชนพาลย่อมไม่มี.”
นายปาลิตะได้ยินคำนั้นแล้ว เกิดความสังเวช นึกว่า “เราทำกรรมหนัก เป็นไปโดยด่วน ไม่สมควรหนอ” ดังนี้แล้ว กอดแขนคร่ำครวญ แล่นเข้าราวป่า ได้หลีกไป ด้วยประการนั้นแล. อาสนะท้าวสักกะร้อน
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที