อาจารย์บางพวกเรียกจิตที่ไม่เศร้าโศกนี้ว่า พระนิพพาน.

จิตที่ไม่เศร้าโศกนั้น ท่านไม่ต่อกับบทก่อน (จิตที่ถูกโลกธรรม) เหมือนอย่างว่า คำว่าจิตไม่เศร้าโศกเป็นจิตของพระขีณาสพฉันใด แม้คำว่าจิตที่ปราศจากธุลี จิตเกษมก็เป็นจิตของพระขีณาสพเหมือนกันฉันนั้น ด้วยว่าจิตของพระขีณาสพนั้นชื่อว่าปราศจากธุลี เพราะเป็นจิตที่ปราศจากธุลี คือราคะโทสะและโมหะ และชื่อว่าเกษม เพราะเป็นจิตที่ปลอดจากโยคะทั้งสี่ เพราะจิตของพระขีณาสพนี้แม้จะมี ๓ อย่าง (อโสกํ วิรชํ เขมํ) ด้วยสามารถที่ท่านถือเอาในปวัตติขณะนั้นๆ แสดงไว้โดยอาการนั้นๆ ก็พึงทราบว่าเป็นมงคล เพราะนำมาซึ่งความเป็นผู้ยอดเยี่ยมในโลกมีความที่ขันธ์ไม่เป็นไปอีกเป็นต้น (ไม่ต้องเกิดอีก) และนำมาซึ่งความเป็น อาหุเนยยบุคคล เป็นต้น.

ด้วยพระคาถานี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสมงคล ๔ ประการ ความที่จิตไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรม ๘ อย่าง ๑ จิตไม่เศร้าโศก ๑ จิตปราศจากธุลี ๑ จิตเกษม ๑ ดังพรรณนามาฉะนี้.

ก็ความที่แห่งธรรมเหล่านี้เป็นมงคล ข้าพเจ้าได้อธิบายไว้ชัดเจนแล้วในมงคลข้อนั้นๆ นั่นแหละดังนี้แล

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๘,๒๑๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. มงคลสูตร”