พระคาถาว่า ขตฺติยา พรฺหฺมพนฺธู จ…..กามานํ วสมาคมุํ ความว่า พวกกษัตริย์และพวกพราหมณ์ พวกแพศย์และศูทรอื่นใดเป็นผู้แตกกันอย่างนี้แล้ว ผู้ชื่อว่าอันโคตรรักษาแล้ว เพราะอันโคตรของตนๆ รักษาไว้ โดยประการที่จะไม่ระคนปนกัน (กับวรรณะอื่นนอกจากวรรณะของตน) พวกชนเหล่านั้นแม้ทั้งหมดทำวาทะว่าชาตินั้นฉิบหายแล้ว ได้แก่ทำวาทะแม้ทั้งปวงนี้ว่า เราเป็นกษัตริย์ เราเป็นพราหมณ์เป็นต้นให้ฉิบหายแล้ว ไปสู่อำนาจแห่งกามทั้งหลาย กล่าวคือกามคุณ ๕ ได้แก่ถึงซึ่งความอยาก.

มีคำอธิบายว่า ชนเหล่านั้นไม่กระทำสิ่งไรๆ ที่ไม่ควรกระทำก็หามิได้ คือกระทำสิ่งที่ไม่ควรกระทำ เพราะกามเป็นเหตุ.

ในพระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคุณของพวกพราหมณ์โบราณด้วยคาถา ๙ คาถาว่า อิสโย ปุพฺพกา อย่างนี้แล้ว ได้ทรงแสดงความประพฤติที่เสมอด้วยพรหมด้วยคาถาว่า โย เนสํ ปรโม เป็นต้น ความประพฤติที่เสมอด้วยเทพด้วยคาถาว่า ตสฺส วตฺตมสุนิกฺขนฺตา เป็นต้น ซึ่งความประพฤติเรียบร้อยด้วยคาถา ๔ คาถาว่า ตณฺฑุลํ สยนํ เป็นต้น ซึ่งความประพฤติที่แตกทำลายด้วยคาถา ๑๗ คาถาว่า เตสํ อาสิ วิปลฺลาโส เป็นต้น.

และเมื่อจะแสดงถึงการปฏิบัติออกนอกทางของพวกเทพเป็นต้นด้วยการปฏิบัติผิด ด้วยการประพฤตินั้น แล้วให้เทศนาจบลง. แต่พวกพราหมณ์จัณฑาล พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ได้จัดไว้ในที่นี้เลย.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๘,๓๑๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. พราหมณธรรมิกสูตร”