ในบาทคาถาว่า กาลญฺญู จสฺส ครูนํ ทสฺสนาย นี้ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
ภิกษุแม้ทราบนัยที่ท่านกล่าวไว้ในคำนี้ว่า กาลญฺญู จสฺส ครูนํ ทสฺสนาย และทราบการบรรเทาราคะเป็นต้นที่บังเกิดขึ้นแล้วแก่ตน เมื่อไปสู่สำนักของครูทั้งหลายก็พึงไปสู่สำนักของครูทั้งหลายโดยกาลอันสมควร โดยกระทำไว้ในใจว่า เราจักบำเพ็ญกรรมฐาน และจักเป็นผู้รักษาธุดงค์ มิใช่เห็นอาจารย์ยืนอยู่แล้ว ณ สถานที่ใดที่หนึ่งในบรรดาที่ทั้งหลายมีที่ไหว้พระเจดีย์ที่ลานต้นโพธิ์ ทางเที่ยวบิณฑบาต และเวลาเที่ยงตรงเป็นต้น แล้วพึงเข้าไปเพื่อถามปัญหา แต่พึงกำหนดอาจารย์ผู้นั่งอยู่แล้วบนอาสนะของตนในเสนาสนะของตน ซึ่งมีความกระวนกระวายอันสงบแล้ว เข้าไปหาเพื่อถามวิธีแห่งกรรมฐานเป็นต้น.
ก็ภิกษุแม้เมื่อเข้าไปหาอย่างนี้แล้ว ทำความหัวดื้อให้พินาศแล้ว เป็นผู้ประพฤติอ่อนน้อม คือว่าทำมานะที่กระทำความแข็งกระด้างให้พินาศแล้ว มีความประพฤติถ่อมตน เป็นผู้เช่นกับผ้าเช็ดเท้า โคเขาขาด และงูที่ถูกเขาถอนเขี้ยวออกเสียแล้ว พึงเข้าไปหา.
ลำดับนั้น ก็พึงอนุสรณ์ถึงอรรถ ธรรม ความสำรวม พรหมจรรย์ และพึงประพฤติโดยเอื้อเฟื้อ ซึ่ง (คำที่) ครูนั้นกล่าวแล้ว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที