จริงอยู่ วิปัสสนาย่อมได้โวหาร (การเรียก) ว่า อนิมิตฺตํ เพราะไม่ถือเอาซึ่งนิมิตทั้งหลายมีราคนิมิตเป็นต้น โดยนัยว่า อนิจจานุปัสสนาญาณ ย่อมพ้นจากนิมิต (การกำหนดหมาย) ว่าเที่ยง จึงเป็นอนิมิตตวิโมกข์
เหมือนอย่างที่ท่านพระมหาโมคคัลลานะกล่าวไว้ว่า ๑- ดูก่อนอาวุโส ข้าพเจ้านั้นแลเข้าเจโตสมาธิอันไม่มีนิมิตอยู่ เพราะการไม่ใส่ใจซึ่งนิมิตทั้งปวง. ดูก่อนอาวุโส เมื่อข้าพเจ้าอยู่ด้วยธรรมเครื่องอยู่นี้ อนิมิตตานุสารีวิญญาณ ย่อมมีได้ดังนี้. ____________________________ ๑- สํ. สฬา. เล่ม ๑๘/ข้อ ๕๒๓
บาทพระคาถาว่า มานานุสยมุชฺชห ความว่า เธอจะละ ได้แก่จงสละ คือจงสลัดทิ้งเสียซึ่งมานานุสัยโดยลำดับ เป็นต้นอย่างนี้ว่า ดูก่อนเมฆิยะ เมื่อบุคคลได้อนิมิตตสัญญาด้วยการเจริญอนิมิตตภาวนานี้ แล้วเป็นผู้มีความสำคัญว่าไม่เที่ยง อนัตตา ก็ย่อมดำรงมั่นได้ ผู้มีความสำคัญว่าไม่ใช่ตน ย่อมบรรลุถึงการถอนเสียได้ซึ่งอัสมิมานะ ๒- ดังนี้ ____________________________ ๒- องฺ. นวก. เล่ม ๒๓/ข้อ ๒๐๗ ขุ. อุ. เล่ม ๒๕/ข้อ ๘๙
สองบาทพระคาถาว่า ตโต มานาภิสมยา อุปสนฺโต จริสฺสสิ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงให้พระเทศนาจบลงด้วยยอดคือพระอรหัตว่า ต่อแต่นั้น เพราะการบรรลุคือเพราะความสิ้นไปเสื่อมไป ได้แก่เพราะการละคือเพราะการสละคืนซึ่งมานะด้วยอริยมรรคอย่างนี้ เธอจักเป็นผู้สงบคือดับสนิท ได้แก่เป็นผู้เย็น คือว่าเป็นผู้เว้นแล้วจากความกระวนกระวายและความเร่าร้อนทั้งปวง จักเที่ยวไปคือว่าจักอยู่ด้วยธรรมเครื่องอยู่คือผลสมาบัติอย่างใดอย่างหนึ่งบรรดาสุญญตนิมิต อนิมิตตนิมิต และอปณิหิตนิมิต ตราบเท่าที่เข้าสู่นิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที