เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว พระวังคีสะเมื่อจะชื่นชมภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงได้กล่าวคาถา เป็นต้นว่า เอส สุตฺวา ดังนี้.

ในคาถาเหล่านั้น พึงทราบวินิจฉัยในคาถาที่ ๑ ดังต่อไปนี้.

บทว่า อิสิสตฺตมา ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นฤาษีด้วยเป็นที่ ๗ ด้วยเพราะอรรถว่าสูงสุด. อีกอย่างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำพระฤาษี ๖ พระองค์มีพระนามว่า วิปัสสี สิขี เวสสภู กกุสันธะ โกนาคมนะ และกัสสปะ ให้พระองค์เป็นที่ ๗ ปรากฏแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงเป็นพระฤาษีองค์ที่ ๗ พระวังคีสะเมื่อจะเรียกพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นว่าเป็นฤาษีพระองค์ที่ ๗ จึงได้กล่าวแล้ว.

สองบทว่า น มํ วญฺเจสิ ความว่า เพราะเหตุที่พระกัปปายนเถระปรินิพพานแล้ว ฉะนั้น พระองค์จะไม่ลวงข้าพระองค์ผู้ปรารถนาอยู่เพื่อจะทราบความที่พระกัปปายนเถระปรินิพพาน คือว่าขอพระองค์อย่าได้ตรัสให้ผิด.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๘,๔๑๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. วังคีสสูตร”