บทว่า อตีเตสุ ได้แก่ ในเบญจขันธ์ที่ถึงความเป็นไปแล้วล่วงไป.

บทว่า อนาคเตสุ ได้แก่ ในเบญจขันธ์ที่ยังไม่ถึงความเป็นไปนั่นเอง. บทว่า กปฺปาตีโต คือ ล่วงกำหนดว่าเราว่าของเรา หรือล่วงความกำหนดด้วยตัณหาและทิฏฐิ แม้ทั้งหมด. บทว่า อติจฺจสุทฺธิปญฺโญ คือ มีปัญญาบริสุทธิ์ก้าวล่วงแล้ว. ก้าวล่วงอะไร ก้าวล่วงกาลทั้ง ๓.

จริงอยู่ พระอรหันต์ก้าวล่วงกาลที่เป็นอดีตคืออวิชชาและสังขาร กาลที่เป็นอนาคตคือชาติชรามรณะ และกาลที่เป็นปัจจุบันอันเป็นที่สุดแห่งภพมีวิญญาณเป็นต้นแม้ทั้งหมด ล่วงพ้นความสงสัย เป็นผู้มีปัญญาถึงความบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงเรียกว่า อติจฺจสุทฺธิปญฺโญ ผู้มีปัญญาบริสุทธิ์ล่วงพ้นกาลทั้ง ๓.

บทว่า สพฺพายตเนหิ คือ จากอายตนะ ๑๒.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๘,๔๕๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๓. สัมมาปริพพาชนิยสูตร”