บทที่เหลือในคาถานี้มีความง่ายทั้งนั้น.
บัดนี้ ธรรมิกอุบาสกเมื่อจะประกาศชื่อเทพบุตรที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงธรรมเหล่านั้นในครั้งนั้น และเมื่อจะสรรเสริญพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงกล่าวสองคาถาว่า อคจฺฉิ เต สนฺติเก ได้ไปในสำนักของพระองค์ดังนี้เป็นต้น. เทพบุตรนี้ชื่อว่า เอราวัณ
ในบทเหล่านั้นบทว่า นาคราชา เอราวโณ นาม ความว่า
ได้ยินว่า เทพบุตรนี้ชื่อว่า เอราวัณ มีรูปเป็นเทพบนสวรรค์ สถิตอยู่ในวิมานทิพย์. เทพบุตรนั้นในเวลาที่ท้าวสักกะเสด็จชมพระอุทยาน ได้เนรมิตกาย ๑๕๐ โยชน์ เนรมิตกระพอง ๓๓ กระพอง เป็นช้างเอราวัณ. บนกระพองหนึ่งๆ มีงากระพองละ ๒ งา บนงาหนึ่งๆ มีสระโบกขรณีงาละ ๗ สระ. บนสระโบกขรณีสระหนึ่งๆ มีสระบัวละ ๗ สระ. สระบัวสระหนึ่งๆ มีดอกบัวสระละ ๗ ดอก. บนดอกบัวดอกหนึ่งๆ มีดอกละ ๗ กลีบ. บนกลีบหนึ่งๆ มีนางอัปสรกลีบละ ๗ นาง ปรากฏชื่อว่าปทุมอัปสรทั้งนั้นฟ้อนรำอยู่.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที