นัยว่า อุบาสิกาได้เป็นโสดาบันก่อน เวสวัณได้เป็นภายหลัง. เวสวัณเทพบุตรนั้นร้องเรียกอุบาสิกานั้นด้วยวาทะว่า น้องหญิง หมายถึงความเป็นผู้ร่วมท้องกันมา. โดยธรรมดา อุบาสิกากล่าวว่า พี่ชายผู้มีหน้าอันเจริญ บัดนี้ถึงเวลาแล้ว.

เวสวัณกล่าวว่า น้องหญิง เราเลื่อมใสท่าน เราขอแสดงอาการเลื่อมใสท่าน. อุบาสิกากล่าวว่า ท่านผู้มีหน้าอันเจริญ ถ้าเช่นนั้น พวกกรรมกรไม่สามารถนำข้าวสาลีที่เก็บเกี่ยวได้แล้วมาได้ ขอให้ท่านสั่งบริษัทของท่านให้นำมาเถิด. เวสวัณรับว่า ดีแล้วน้องหญิง จึงสั่งพวกยักษ์. พวกยักษ์นำข้าวสาลีใส่ฉาง ๑,๓๕๐ ฉางจนเต็ม ตั้งแต่นั้นมาฉางก็มิได้พร่องเลย จึงได้เป็นแบบอย่างขึ้นในโลกว่า เหมือนฉางของนันทมารดา.

เวสวัณเทพบุตรใส่ข้าวสาลีจนเต็มฉาง แล้วก็เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ท่านมาผิดเวลา จึงกราบทูลเรื่องทั้งหมดให้ทรงทราบ ด้วยเหตุนี้ เวสวัณเทพบุตรอยู่ในภพจาตุมมหาราชิกาแม้ใกล้จึงมาถึงภายหลัง. ส่วนเอราวัณเทพบุตรไม่มีกิจไรๆ ที่จะต้องทำในระหว่าง ฉะนั้น เอราวัณเทพบุตรจึงมาก่อน.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๘,๔๗๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๔. ธรรมิกสูตร”