บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงโทษในการกล่าวคำติเตียนผู้อื่นนั้น จึงตรัสว่า วาทญฺหิ เอเก บุคคลบางพวกย่อมประถ้อยคำกัน ดังนี้.

บทนั้นมีอธิบายดังนี้

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า โมฆบุรุษบางพวกในโลกนี้ย่อมประ คือโต้วาทะอันเป็นถ้อยคำทำให้เกิดวิวาทกันนานาประการ ทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นคำติเตียนผู้อื่น ต้องการจะต่อสู้กัน ดุจประจัญหน้ากับนักรบ เราไม่สรรเสริญบุคคลเหล่านั้นผู้มีปัญญาทราม เพราะเหตุใด เพราะความเกี่ยวข้องทั้งหลายย่อมข้องบุคคลเหล่านั้น เพราะถ้อยคำนั้นๆ คือความเกี่ยวข้องด้วยการวิวาทเกิดขึ้นจากคลองแห่งคำนั้นๆ ย่อมข้องคือติดแน่นบุคคลเช่นนั้นไว้ เพราะคนเหล่านั้นเมื่อประคารมกัน ย่อมส่งจิตไปในคารมนั้น จิตย่อมไปไกลจากสมถะและวิปัสสนา ดังนี้.

พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงแสดงถึงความเป็นไปของผู้มีปัญญาน้อยแล้ว บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงถึงความเป็นไปของผู้มีปัญญามาก จึงตรัสว่า ปิณฺฑํ วิหารํ ฯเปฯ วรปญฺญสาวโก ความว่า สาวกผู้มีปัญญาดี ฟังธรรมที่พระสุคตแสดงแล้ว พิจารณาบิณฑบาต ที่อยู่ ที่นอน ที่นั่ง น้ำและการซักผ้าสังฆาฏิแล้วพึงเสพ ดังนี้.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๘,๔๘๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๔. ธรรมิกสูตร”