บทว่า ภเรยฺย ได้แก่ พึงเลี้ยง.

บทว่า ธมฺมิกํโส วณิชฺชํ พึงประกอบการค้าขายอันชอบธรรมดังนี้ คือเว้นการค้าอันไม่เป็นธรรม ๕ อย่างเหล่านี้ คือ ค้าสัตว์เป็น ๑ ค้าศัสตรา ๑ ค้าเนื้อสัตว์ ๑ ค้าสุรา ๑ ค้ายาพิษ ๑ ค้าขายสิ่งอันเป็นธรรมที่เหลือ. ก็โดยหลักของการค้าในที่นี้ ท่านมุ่งถึงการค้าที่เป็นธรรมแม้อื่น เช่นกสิกรรมและโครักขกรรม.

บทที่เหลือมีความง่ายทั้งนั้น.

แต่โยชนาแก้ว่า อริยสาวกใดประกอบด้วยธรรม คือนิจศีล อุโบสถศีลและทาน พึงประกอบการค้าอันชอบธรรม เลี้ยงดูมารดาบิดาด้วยโภคสมบัติอันได้มาโดยธรรม เพราะได้มาจากการค้าอันไม่ปราศจากธรรม ครั้นอริยสาวกผู้เป็นคฤหัสถ์ไม่ประมาทแล้วอย่างนี้ บำเพ็ญวัตรนี้ดังที่กล่าวไว้แล้วตั้งแต่ต้น เมื่อกายแตกดับ ผู้ใดกำจัดความมืดด้วยรัศมีของตน เป็นเทพชั้นกามาพจร ๖ ชั้นมีชื่อว่า สยัมปภา เพราะทำแสงสว่าง ผู้นั้นย่อมเข้าถึง คือย่อมคบ ย่อมติดต่อเทวดา ชื่อว่าสยัมปภา ย่อมบังเกิดในที่ที่เทวดาเหล่านั้นเกิดด้วยประการฉะนี้. จบอรรถกถาธรรมิกสูตรที่ ๑๔

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๘,๔๙๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๔. ธรรมิกสูตร”