พระวังคีสเถระสรรเสริญพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยวาจาน่ารักด้วยคาถานี้.

บทว่า อมตา ได้แก่ วาจาเช่นอมตะ เพราะไพเราะ. สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ๗- สจฺจ หเว สาธุตรํ รสานํ คำสัจแลประเสริฐกว่ารสทั้งหลาย. อีกอย่างหนึ่ง วาจาชื่อว่าเป็นอมตะ เพราะเป็นปัจจัยแห่งอมตะ คือนิพพาน. ____________________________ ๗- สํ. ส. เล่ม ๑๕/ข้อ ๒๐๓ ขุ. สุ. เล่ม ๒๕/ข้อ ๓๑๑

บทว่า เอส ธมฺโม สนนฺตโย ได้แก่ ธรรมคือสัจวาจาเป็นของเก่า เป็นจริยธรรม ปเวณิธรรม.

สัจจะนี้แลประพฤติกันมาแต่โบราณ ท่านเหล่านั้นไม่พูดเหลาะแหละ. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สจฺเจ อตฺเถ จ ธมฺเม จ อหุ สนฺโต ปติฏฺฐิตา สัตบุรุษทั้งหลายตั้งอยู่ในสัจจะที่เป็นอรรถและธรรม.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๘,๕๖๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. สุภาษิตสูตร”