บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงชี้แจงความนั้นให้แจ่มแจ้งแก่พราหมณ์นั้น จึงทรงยกตัวอย่างว่า กฏฺฐา หเว ชายติ ชาตเวโท เป็นต้น.
อธิบายความในบทนั้นว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ไฟย่อมเกิดแต่ไม้แล.
อนึ่ง ไฟนั้นมิใช่เกิดจากไม้มีไม้สาละเป็นต้นเท่านั้น จึงทำหน้าที่ของไฟได้ ถึงเกิดจากไม้มีแผ่นหินและรางน้ำเป็นต้นก็ทำหน้าที่ไม่ได้ แต่ที่ทำได้เพราะถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติมีเปลวไฟเป็นต้นฉันใด ผู้ที่เป็นทักขิไณยบุคคลก็ฉันนั้น มิใช่ผู้เกิดในตระกูลพราหมณ์เท่านั้น ทั้งมิใช่เกิดในตระกูลคนจัณฑาลเป็นต้น แม้เกิดในตระกูลต่ำ เกิดในตระกูลสูง ก็เป็นมุนีขีณาสพ มีปัญญา เกียดกันอกุสลได้ด้วยหิริ เป็นบุคคลอาชาไนยได้ เป็นผู้มีชาติโดยคุณสมบัติอันมีปัญญาและหิริเป็นประธาน ก็เป็นทักขิไณยบุคคลผู้สูงสุดได้ เพราะผู้นั้นย่อมทรงคุณธรรมด้วยปัญญา ย่อมเกียดกันโทษทั้งหลายด้วยหิริ.
สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า ๔- หิริยา หิ สนฺโต น กโรนฺติ ปาปํ จริงอยู่ สัตบุรุษทั้งหลายย่อมไม่ทำความชั่ว เพราะมีหิริ. ____________________________ ๔- สํ. ส. เล่ม ๑๕/ข้อ ๑๐๐
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที