ได้ยินว่า สภิยะนั้นได้เห็นพวกนักบวชแม้ปฏิญญาความเป็นสัพพัญญูก็เหลวเปล่าทั้งนั้น. ครั้งนั้นแล สภิยปริพาชกผู้มาด้วยความปริวิตกที่เกิดขึ้นแล้วพิจารณาอยู่บ่อยๆ ได้มีความดำริว่า พระสมณโคดมนี้แลว่า สมณพราหมณ์ผู้เจริญเหล่านั้น และไม่ควรดูหมิ่นสมณะว่ายังเป็นหนุ่มดังนี้เป็นต้น.
ในบทเหล่านั้นบทว่า ชิณฺณา เป็นต้น มีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล. บทว่า เถรา ได้แก่ ผู้ถึงความมั่นคงในสมณธรรมของตน. บทว่า รตฺตญฺญู รู้ราตรีนาน คือรู้รัตนะ หรือรู้ราตรีมากที่โลกสมมติด้วยปฏิญญาของตนอย่างนี้ ว่า เรารู้รัตนะคือนิพพาน. ชื่อว่า จิรปพฺพชิตา เพราะบวชมานาน.
บทว่า น อุญฺญาตพฺโพ คือ ไม่ควรดูหมิ่น. ท่านอธิบายว่า ไม่ควรดูหมิ่นว่าเป็นคนชั้นต่ำ.
บทว่า น ปริโภตพฺโพ คือ ไม่ควรดูแคลน. ท่านอธิบายว่า ไม่ควรถืออย่างนี้ว่าท่านผู้นี้จักรู้อะไร.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที