ผู้ใดยกอินทรีย์ทั้ง ๖ มีจักขุนทรีย์เป็นต้นขึ้นสู่พระไตรลักษณ์มีอนิจจลักษณะเป็นต้น ด้วยโคจรภาวนาแล้วถือเอากลิ่น คือสติสัมปชัญญะด้วยวาสนาภาวนา เจริญแล้วแทงตลอด คือรู้ ตรัสรู้โลกนี้และโลกอื่น อันได้แก่โลกคือขันธ์อันเป็นไปในสันดานของตน และโลกคือขันธ์อันเป็นไปในสันดานของผู้อื่นด้วยโคจรภาวนาทั้งภายในและภายนอกในโลกทั้งปวงว่า ความบกพร่องของอินทรีย์ทั้งหลายก็ดี ความเกิดจากความบกพร่องก็ดีในอารมณ์ใดๆ อบรมอินทรีย์แล้วด้วยการไม่เพ่งเป็นต้นในอารมณ์นั้นๆ ดังนี้ แล้วประสงค์จะตายช้าๆ หวังถึงกาลคือรอคอยเวลาสิ้นชีวิต ไม่กลัวต่อความตาย.

ดังที่พระเถระกล่าวไว้ว่า

มรณํ เม ภยํ นตฺถิ นิกฺกนฺติ นตฺถิ ชีวิเต ๓-

นาภิกงฺขามิ มรณํ นาภิกงฺขามิ ชีวิตํ

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๘,๖๖๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. สภิยสูตร”