คือระเบียบดอกไม้ มีตัวฟุ้งด้วยจันทน์เหลือง”

ดังนี้เป็นต้น มิใช่หรือ? เมื่อจะทรงประกาศถ้อยคำที่ชนทั้งสองกล่าวกันแล้ว ได้ตรัสเรื่องมัฏฐกุณฑลีทั้งหมด. เพราะฉะนั้นแล เรื่องมัฏฐกุณฑลีนั้นจึงได้ชื่อว่าเป็นพุทธภาษิต. ก็แล ครั้นพระศาสดาตรัสเล่าเรื่องมัฏฐกุณฑลีนั้นแล้ว จึงตรัสว่า “พราหมณ์ ใช่ว่าจะมีแต่ร้อยเดียวและสองร้อย, โดยที่แท้ การที่จะนับเหล่าสัตว์ซึ่งทำใจให้เลื่อมใสในเราแล้วเกิดในสวรรค์ย่อมไม่มี” มหาชนได้เป็นผู้เกิดความสงสัยแล้ว.

ลำดับนั้น พระศาสดาทรงทราบความที่มหาชนนั้นไม่สิ้นความสงสัย ได้ทรงอธิษฐานว่า “ขอมัฏฐกุณฑลีเทวบุตร จงมาพร้อมด้วยวิมานทีเดียว.” เธอมีอัตภาพอันประดับแล้วด้วยเครื่องอาภรณ์ทิพย์ สูงประมาณ ๓ คาวุตมาแล้ว ลงมาจากวิมาน ถวายบังคมพระศาสดาแล้วได้ยืน ณ ที่ควรข้างหนึ่ง.

ลำดับนั้น พระศาสดา เมื่อจะตรัสถามเธอว่า “ท่านทำกรรมสิ่งไรจึงได้สมบัตินี้” ได้ตรัสพระคาถาว่า

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๘๖๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. ยมกวรรค”