ในบทเหล่านั้น บทว่า มา โอปาเตถ คือ อย่าสอด. อธิบายว่า อย่าพูดสอด. บทว่า อาคเมตุ คือ จงรอ. อธิบายว่า จงนิ่งอยู่ก่อนจนกว่าจะพูดจบ.

บทว่า สมนฺเวสิ คือ แสวงหา. บทว่า เยภุยฺเยน คือ ได้เห็นส่วนมาก มิได้เห็นเป็นส่วนน้อย.

แต่นั้น เสลพราหมณ์เมื่อจะแสดงมหาปุริสลักษณะที่ไม่เห็น จึงกล่าวว่า ฐเปตฺวา เทฺว เว้นอยู่ ๒ ประการ. บทว่า กงฺขติ คือ เกิดสงสัยว่าจะพึงเห็นได้อย่างไรหนอ. บทว่า วิจิกิจฺฉติ เคลือบแคลง คือยากที่จะค้นหา จึงไม่สามารถจะเห็นได้. บทว่า นาธิมุจฺจติ ไม่เชื่อ คือเพราะความเคลือบแคลงนั้นจึงไม่เชื่อ. บทว่า น สมฺปสีทติ ไม่เลื่อมใส คือ ไม่เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า พระองค์มีลักษณะบริบูรณ์แล้ว. ความสงสัยอย่างอ่อนท่านกล่าวด้วยบทว่า กงฺขา ความสงสัย สงสัยอย่างกลางท่านใช้บทว่า วิจิกิจฺฉา ความเคลือบแคลง สงสัยอย่างแรงท่านใช้บทว่า อนธิมุจฺจนตา ความไม่น้อมใจเชื่อ คือความที่จิตมืดมนด้วยธรรม ๓ อย่างนั้นเพราะไม่เลื่อมใส.

บทว่า โกโสหิเต ได้แก่ เร้นอยู่ในฝัก.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๘,๗๕๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. เสลสูตร”