พึงทราบวินิจฉัยในคาถาที่ ๑๗.

บทว่า ตาทินา ตั้งมั่นอยู่เช่นนั้น. อธิบายว่า ในสมัยนั้นเมื่อมีการข่มอาสวะคือกิเลส ด้วยการข่มกิเลส และเมื่อมีการได้สมาธิด้วยจิตตั้งมั่น.

บทว่า อนาคเต ปรมวิสุทฺธทสฺสินา อสิตฤษีมีปรกติเห็นนิพพานอันบริสุทธิ์อย่างยิ่งในอนาคต. ความว่า อสิตฤษีนั้น ท่านกล่าวว่าชื่อว่าเป็นผู้มีปรกติเห็นนิพพานอันบริสุทธิ์อย่างยิ่งในอนาคตโดยปริยายนี้ เพราะค่าที่ตนเห็นอย่างนี้ว่า นาลกะนี้จักเห็นนิพพานอันบริสุทธิ์อย่างยิ่งในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้าในอนาคตกาลดังนี้ ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อนาคเต ปรมวิสุทฺธทสฺสินา ดังได้กล่าวไว้แล้วในตอนต้น.

บทว่า อุปจิตปุญฺญสญฺจโย นาลกดาบสเป็นผู้สะสมบุญไว้ คือสะสมบุญไว้ตั้งแต่ศาสนาพระปทุมุตรสัมมาสัมพุทธเจ้า. บทว่า ปติกฺขํ คือ รอคอยอยู่. บทว่า ปริวสิ คือ บวชอยู่ด้วยเพศดาบส. บทว่า รกขิตินฺทฺริโย คือ รักษาโสตินทรีย์ (อินทรีย์คือหู).

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๘,๘๙๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๑. นาลกสูตร”