อารภิตฺวาน อมตํ ชหนฺโต สพฺพปาปเก นิทสฺสนญฺเจตฺถ ภเว มคฺคฏฺโฐริยปุคฺคโล พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในมรรค ปรารภอมตธรรม ก็ละบาปธรรมได้หมด เป็นอุทาหรณ์ในข้อนี้. ในข้อนี้พึงทราบวินิจฉัย แม้โดยวิรัติงดเว้นด้วยประการดังกล่าวมาฉะนี้.
เมื่อว่าโดยผล บาปธรรมมีปาณาติบาตเป็นต้นเหล่านี้ทั้งหมด ย่อมให้เกิดผลคือทุคติ และให้เกิดวิบากที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ไม่น่าพอใจในสุคติ ทั้งให้เกิดผลมีความไม่แกล้วกล้าเป็นต้น ในภายภาคหน้าและปัจจุบัน. อนึ่ง ในข้อนี้ พึงทราบวินิจฉัย แม้โดยผลตามนัยเป็นต้นอย่างนี้ว่า วิบากของปาณาติบาตอย่างเบาที่สุด เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ก็ทำให้เป็นผู้มีอายุสั้น
อีกประการหนึ่ง ในข้อนี้ ก็พึงทราบวินิจฉัยแม้โดยสมุฏฐาน เวทนา มูล กรรม และผลของเจตนางดเว้นจากปาณาติบาตเป็นต้น ในเจตนางดเว้นนั้น ให้เข้าใจกันดังนี้. เวรมณี เจตนางดเว้นเหล่านี้ทั้งหมด ตั้งขึ้นโดยสมุฏฐาน ๔ คือ กาย กายจิต วาจาจิต กายวาจาจิต. ทั้งหมดนั่นแหละประกอบด้วยสุขเวทนาก็มี ประกอบด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี มีอโลภะอโทสะเป็นมูลก็มี มีอโลภะอโทสะและอโมหะเป็นมูลก็มี ในข้อนี้ เวรมณีแม้ทั้ง ๔ เป็นกายกรรม มุสาวาทาเวรมณีเป็นวจีกรรม แต่ก็ตั้งขึ้นจากจิต. ในขณะมรรคจิต แม้เวรมณีทั้งปวง ก็เป็นมโนกรรม.
ปาณาติปาตา เวรมณี มีผลเป็นต้นอย่างนี้คือ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที