บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงถึงความเสื่อมของสัตว์ผู้ไม่ทำอย่างนั้น จึงตรัสคาถาว่า ปสฺสามิ เราเห็นดังนี้เป็นต้น.

ในบทเหล่านั้น บทว่า ปสฺสามิ คือ เราเห็นด้วยตาเนื้อเป็นต้น. บทว่า โลเก ในโลก ได้แก่อบายเป็นต้น. บทว่า ปริปฺผนฺทมานํ คือ กำลังดิ้นรนไปข้างโน้นข้างนี้. บทว่า ปชํ อิมํ คือ หมู่สัตว์นี้. บทว่า ตณฺหาคตํ คือ ถูกตัณหาครอบงำ. อธิบายว่า ตกลงไป. บทว่า ภเวสุ ในภพทั้งหลาย คือในกามภพเป็นต้น. บทว่า หีนา นรา คนเลว คือคนผู้มีการงานเลว. บทว่า มจฺจมุเข ลปนฺต บ่นเพ้ออยู่ในปากมัจจุราช คือบ่นเพ้ออยู่ในปากของความตายที่มาถึงแล้วในที่สุด. บทว่า อวีตตณฺหาเส คือ ยังไม่ปราศจากตัณหา.

บทว่า ภวาภเวสุ ในภพน้อยภพใหญ่ได้แก่ในกามภพเป็นต้น. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ภวาภเวสุ ได้แก่ในภพและภพ. ท่านอธิบายว่าในภพทั้งหลายบ่อยๆ.

บัดนี้ เพราะสัตว์ทั้งหลายยังไม่ปราศจากตัณหาจึงดิ้นรนและพร่ำเพ้ออยู่อย่างนี้ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงชักจูงให้สัตว์ทั้งหลายกำจัดตัณหา จึงตรัสคาถาว่า มมายิเต ถือว่าสิ่งนั้นๆ เป็นของเรา ดังนี้เป็นต้น.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๙,๐๑๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. คุหัฏฐกสูตร”