บทว่า น ตานิ อุคฺคยฺห วเทยฺย นาโค๒- บุคคลผู้ประเสริฐไม่พึงถือเอาธรรมเหล่านั้นขึ้นกล่าว คือบุคคลผู้ประเสริฐ ได้แก่ผู้ไม่ทำบาป ไม่พึงถือเอาทิฏฐิเหล่านั้นขึ้นกล่าว. ____________________________ ๒- ขุ. จุฬ. เล่ม ๓๐/ข้อ ๔๑๗ ขุ. จุฬ. เล่ม ๓๐/ข้อ ๕๗๔

บทว่า เอลมฺพุชํ เหมือนดอกปทุม ท่านอธิบายว่าดอกปทุมมีก้านเป็นหนามเกิดในน้ำโคลนตม. บทว่า ยถา ชเลน ปงฺเกน จ นูปลิตฺตํ ไม่ติดอยู่ด้วยน้ำและโคลนตม คือเหมือนดอกปทุมนั้นไม่ติดอยู่ด้วยน้ำและโคลนตม.

บทว่า เอวํ มุนิ สนฺติวาโท อคิทฺโธ มุนีผู้มีถ้อยคำสงบ ไม่กำหนัดยินดี คือมุนีผู้มีถ้อยคำในภายในไม่กำหนัดยินดี เพราะไม่มีความอยาก. บทว่า กาเม จ โลเก จ อนูปลิตฺโต ไม่ติดอยู่ในกามและในโลก คือไม่ติดอยู่ในกาม ๒ อย่างและในโลกมีอบายเป็นต้นด้วยกามแม้ ๒ อย่าง.

มีอะไรต่อไป. มีคาถาว่า น เวทคู เป็นต้น.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๙,๑๒๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. มาคันทิยสูตร”