ความปฏิญาณได้ฉับพลันในกรณียกิจทั้งปวง ทั้งอดีตอนาคตและปัจจุบัน ความมีสติมั่นคงทุกเมื่อ ความไม่เป็นคนบ้า ความมีญาณ ความไม่เกียจคร้าน ความไม่โง่ ความไม่เป็นใบ้ ความไม่มัวเมา ความไม่ประมาท ความไม่หลง ความไม่หวาดกลัว ความไม่แข่งดี ความไม่ต้องสงสัย ความไม่ต้องแคลงใจ ความเป็นคนพูดสัจจะ ความเป็นคนพูดแต่วาจาไม่ส่อเสียด ไม่หยาบคาย ไม่เปล่าประโยชน์ ความเป็นคนไม่เกียจคร้านทั้งกลางคืนกลางวัน ความมีกตัญญู มีความกตเวที ความไม่ตระหนี่ ความเสียสละ ความมีศีล ความเป็นคนตรง ความไม่โกรธ ความมีหิริ ความมีโอตตัปปะ ความมีความเห็นตรง ความมีปัญญามาก ความมีความรู้ ความเป็นบัณฑิต ความฉลาดในสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์.

ในข้อนี้ พึงทราบวินิจฉัยแม้โดยสมุฏฐาน เวทนา มูล กรรมและผลด้วยประการดังกล่าวมาฉะนี้. พรรณนา ๕ สิกขาบทหลัง

คำที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้ว่า ข้อยุติจากคำพรรณนา ๕ สิกขาบทต้นนั้น ควรนำมาใช้ใน ๕ สิกขาบทหลัง ควรกล่าวเป็นข้อๆ และควรทราบว่าสิกขาบทมีอย่างเลวเป็นต้นไว้ด้วย บัดนี้จะพรรณนาความดังต่อไปนี้. คำใดในการพรรณนา ๕ สิกขาบทต้น ย่อมยุติถูกต้อง คำนั้นควรถือจากการพรรณนานั้นมาประกอบใน ๕ สิกขาบทหลัง. ในข้อนั้น ประกอบความดังนี้. เหมือนอย่างว่า

เมื่อว่าโดยอารมณ์ในสิกขาบทก่อนๆ สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน มีสังขารมีรูปายตนะเป็นต้นอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอารมณ์ ฉันใด ในที่นี้ วิกาลโภชนะก็ฉันนั้น พึงทราบความต่างกันแห่งอารมณ์ของ ๕ สิกขาบทหลังทุกสิกขาบท โดยนัยนี้.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๙๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. สิกขาบท ๑๐”