ลำดับนั้น อุปติสสะทราบความที่โกลิตะนั้นมีอัธยาศัยเช่นเดียวกันกับตน จึงกล่าวว่า “สหายเอ๋ย เราทั้งสองคิดกันดีแล้ว, ก็เราควรแสวงหาโมกขธรรม, ธรรมดาผู้แสวงหาต้องได้บรรพชาชนิดหนึ่งจึงควร, เราทั้งสองจะบรรพชาในสำนักใครเล่า?” สองสหายทำกติกากัน

ก็โดยสมัยนั้นแล สญชัยปริพาชกอาศัยอยู่ในกรุงราชคฤห์ กับปริพาชกบริษัทหมู่ใหญ่. สารีบุตรและโมคคัลลานะทั้งสองนั้น ตกลงกันว่า “เราจักบวชในสำนักท่านสญชัยนั้น,” ต่างส่งมาณพ ๕๐๐ ไปด้วยคำว่า “ท่านทั้งหลายจงเอาเสลี่ยงและรถไปเถิด,” พร้อมด้วยมาณพ ๕๐๐ บวชแล้วในสำนักของสญชัย. จำเดิมแต่เขาทั้งสองบวชแล้ว สญชัยก็ได้ถึงความเลิศด้วยลาภและยศอย่างเหลือเฟือ.

ทั้งสองเรียนจบลัทธิสมัยของสญชัยโดยสองสามวันเท่านั้น จึงถามว่า “ท่านอาจารย์ ลัทธิที่ท่านรู้มีเพียงเท่านี้ หรือมีแม้ยิ่งกว่านี้?” เมื่อสญชัยตอบว่า “มีเพียงเท่านี้แหละ, เธอทั้งสองรู้จบหมดแล้ว”

เขาทั้งสองจึงคิดกันว่า “เมื่อเป็นอย่างนี้ การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของท่านผู้นี้ก็ไม่มีประโยชน์ เราทั้งสองออกมาเพื่อแสวงหาโมกขธรรม, โมกขธรรมนั้น เราไม่สามารถให้เกิดขึ้นได้ในสำนักของท่านผู้นี้, อันชมพูทวีปใหญ่นัก, เราเที่ยวไปยังคามนิคม ชนบท และราชธานี คงจักได้อาจารย์ผู้แสดงโมกขธรรมสักคนเป็นแน่.”

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๙๗๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. ยมกวรรค”