ปริพาชกฟังเพียง ๒ บทต้นเท่านั้น ก็ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล อันถึงพร้อมด้วยนัยพันหนึ่ง, พระเถระยัง ๒ บทนอกนี้ให้จบลง ในเวลาเขาเป็นพระโสดาบัน. เขาเป็นพระโสดาบันแล้ว เมื่อคุณวิเศษชั้นสูงยังไม่เป็นไปอยู่, ก็คาดว่า “เหตุในสิ่งนี้จักมี” จึงเรียนกะพระเถระว่า “ท่านขอรับ” ท่านไม่ต้องขยายธรรมเทศนายิ่งขึ้นไป เพียงเท่านี้ก็พอ พระศาสดาของพวกเราประทับอยู่ที่ไหน?”
พระเถระตอบว่า “ประทับอยู่ในพระเวฬุวัน ผู้มีอายุ.”
เขาเรียนว่า “ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ถ้ากระนั้น ขอท่านโปรดล่วงหน้าไปก่อนเถิด ข้าพเจ้ามีเพื่อนอีกคนหนึ่ง และข้าพเจ้าทั้งสองได้ทำกติกากะกันและกันไว้ว่า ‘ผู้ใดบรรลุอมตะก่อน ผู้นั้นจงบอกกัน‘ ข้าพเจ้าเปลื้องปฏิญญานั้นแล้ว จักพาสหายไปสำนักพระศาสดา ตามที่ท่านไปแล้วนั่นแล” ดังนี้แล้ว หมอบลงแทบเท้าทั้งสองของพระเถระด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ๑- ทำประทักษิณ ๓ รอบ ส่งพระเถระไปแล้ว ได้บ่ายหน้าไปสู่อารามของปริพาชกแล้ว.
โกลิตปริพาชกเห็นเขามาแต่ไกล คิดว่า “วันนี้ สีหน้าสหายของเราไม่เหมือนในวันอื่นๆ เขาคงได้บรรลุอมตะโดยแน่แท้” จึงถามถึงการบรรลุอมตะ แม้อุปติสสปริพาชกนั้นก็รับว่า “เออ ผู้มีอายุ อมตะเราได้บรรลุแล้ว” ได้ภาษิตคาถานั้นนั่นแลแก่โกลิตปริพาชกนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที