"มาโวจ ผรุสํ กญฺจีติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกณฺฑธานตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.

ตสฺส กิร ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย เอกํ อิตฺถีรูปํ เถเรน สทฺธึ วิจรติ. ตํ เถโร น ปสฺสติ, มหาชโน ปน ปสฺสติ. อนฺโตคามํ ปิณฺฑาย จรโตปิสฺส มนุสฺสา เอกํ ภิกฺขํ ทตฺวา "ภนฺเต อยํ ตุมฺหากํ โหตุ, อยํ ปน ตุมฺหากํ สหายิกายาติ วตฺวา ทุติยมฺปิ เทนฺติ.

"กึ ตสฺส ปุพฺพกมฺมนฺติ. กสฺสปพุทฺธกาเล กิร เทฺว สหายกา ภิกฺขู เอกมาตุกุจฺฉิโต นิกฺขนฺตสทิสา อติวิย สมคฺคา อเหสุํ. ทีฆายุกพุทฺธกาเล จ อนุสํวจฺฉรํ วา อนุจฺฉมาสํ วา ภิกฺขู อุโปสถตฺถาย สนฺนิปตนฺติ; ตสฺมา เตปิ "อุโปสถคฺคํ คมิสฺสามาติ วสนฏฺฐานา นิกฺขมึสุ. เต เอกา ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺตเทวตา ทิสฺวา "อิเม ภิกฺขู อติวิย สมคฺคา, สกฺกา นุโข อิเม ภินฺทิตุนฺติ จินฺเตตฺวา อตฺตโน พาลตาย จินฺติตสมนนฺตรเมว อาคนฺตฺวา, เตสุ เอเกน "อาวุโส มุหุตฺตํ อาคเมหิ, สรีรกิจฺเจนมฺหิ อตฺถิโกติ วุตฺเต, [สา เทวตา] เอกํ มนุสฺสิตฺถีวณฺณํ มาเปตฺวา เถรสฺส คจฺฉนฺตรํ ปวิสิตฺวา นิกฺขมนกาเล เอเกน หตฺเถน เกสกลาปํ เอเกน นิวาสนํ สณฺฐาปยมานา ตสฺส ปิฏฺฐิโต นิกฺขมิ. โส ตํ น ปสฺสติ. ตํ อาคมยมาโน ปน ปุรโต ฐิตภิกฺขุ นิวตฺติตฺวา โอโลกยมาโน ตํ ตถา กตฺวา นิกฺขมนฺตํ ปสฺสิ. สา เตน ทิฏฺฐภาวํ ญตฺวา อนฺตรธายิ. อิตโร ตํ ภิกฺขุํ อตฺตโน สนฺติกํ อาคตกาเล อาห "อาวุโส สีลํ เต ภินฺนนฺติ. "นตฺถาวุโส มยฺหํ เอวรูปนฺติ. "อิทาเนว เต มยา ปจฺฉโต นิกฺขมมานา ตรุณิตฺถี อิทนฺนาม กโรนฺตี ทิฏฺฐา, ตฺวํ `นตฺถิ มยฺหํ เอวรูปนฺติ วเทสีติ. โส อสนิยา มตฺถเก อวตฺถโฏ ๑- วิย "มา มํ อาวุโส นาเสหิ, นตฺเถว มยฺหํ เอวรูปนฺติ. อิตโร "มยา สามํ อกฺขีหิ ทิฏฺฐํ, กึ ตว สทฺทหิสฺสามีติ ทณฺฑโก วิย ภิชฺชิตฺวา ปกฺกามิ, อุโปสถคฺเคปิ "นาหํ อิมินา สทฺธึ อุโปสถํ กริสฺสามีติ นิสีทิ. อิตโร "มยฺหํ ภนฺเต สีเล ติลมตฺตํปิ กาฬกํ นตฺถีติ ภิกฺขูนํ กเถสิ. โสปิ "มยา สามํ ทิฏฺฐนฺติ อาห. เทวตา ตํ เตน สทฺธึ อุโปสถํ กาตุํ อนิจฺฉนฺตํ ทิสฺวา "ภาริยํ เม กมฺมํ กตนฺติ จินฺเตตฺวา "ภนฺเต มยฺหํ อยฺยสฺส สีลเภโท นตฺถิ, มยา ปน วีมํสนวเสเนตํ กตํ, กโรถ เตน สทฺธึ อุโปสถนฺติ อาห. โส ตสฺสา อากาเส ฐตฺวา กเถนฺติยา สทฺทหิตฺวา อุโปสถํ อกาสิ, น ปน เถเร ปุพฺเพ วิย มุทุจิตฺโต อโหสิ. เอตฺตกํ เทวตาย ปุพฺพกมฺมํ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๑,๑๗๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. ทัณฑวรรค”